สัมมนาการเงินการคลังฯ ชำแหละโครงสร้างพลังงาน ผูกขาดเอกชนกดทับปชช ดันแก้กฎหมาย กกพ.-กปช. คืนความเข้มแข็ง กฟผ.

เศรษฐกิจ5 ก.ย. 2569 • 13:45 น.
สัมมนาการเงินการคลังฯ ชำแหละโครงสร้างพลังงาน ผูกขาดเอกชนกดทับปชช ดันแก้กฎหมาย กกพ.-กปช. คืนความเข้มแข็ง กฟผ.

วันที่ 5 กันยายน 2569 คณะกรรมการเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง สถาบันการเงิน และตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร จัดงานสัมมนาเสวนาปรับ กกพ. เสริมแกร่งกฟผ. เติมรายได้รัฐ ลดรายจ่ายประชาชน ที่อาคารรัฐสภา เพื่อถกปัญหาโครงสร้างพลังงานและค่าไฟฟ้าของประเทศ โดยมี นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคร่วมไทยสร้างชาติรองประธานกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และ นางรสนา โตสิตระกูล ประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเพื่อหาแนวทางปลดล็อกกฎหมาย นำไปสู่การลดภาระค่าครองชีพของประชาชนและสร้างความเป็นธรรมในระบบเศรษฐกิจ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า บทบาทของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในปัจจุบันยังไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่คุ้มครองประโยชน์ของประชาชนได้อย่างเต็มที่ โดยปล่อยให้เอกชนผู้ผลิตไฟฟ้าบางรายมีกำไรมหาศาล ขณะที่ประชาชนและภาคธุรกิจส่วนใหญ่ต้องแบกรับภาระค่าไฟฟ้าที่แพงเกินเหตุจนส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนและระบบการเงินการคลังของประเทศ

20260905 102027
20260905 102027

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังประสบปัญหาการกระจายอำนาจของหน่วยงานกำกับดูแลพลังงานที่มีหลายองค์กร เช่น กกพ. และ กปช. จึงเสนอให้รวมศูนย์การกำกับดูแลไว้ที่องค์กรเดียวเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและเป็นธรรมครอบคลุมทั้งระบบไฟฟ้า แก๊ส และน้ำมัน

นางรสนา โตสิตระกูล ประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค กล่าวถึง ปัญหาภาระค่าพลังงานที่กระทบชีวิตประชาชนว่า ต้นทุนพลังงานถือเป็นต้นทุนพื้นฐานของชีวิตและเศรษฐกิจ รัฐจึงต้องมีมาตรการควบคุมที่ชัดเจน ไม่ปล่อยให้กลุ่มทุนเอกชนฉวยโอกาสทำกำไรไร้ขีดจำกัด พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงกรณีกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันที่มีกำไรมหาศาลในไตรมาสที่ผ่านมาแต่ขาดการกำกับดูแลอย่างจริงจัง 

1788584716816

อีกทั้งยังห่วงใยต่อการลดบทบาทของรัฐวิสาหกิจอย่าง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งเป็นทรัพย์สินของประชาชน โดยระบุว่ารัฐวิสาหกิจทั่วประเทศมีมูลค่าทรัพย์สินรวมกันกว่า 18 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นกว่าครึ่งหนึ่งของทรัพย์สินภาครัฐทั้งหมด รัฐบาลจึงควรเสริมสร้างความเข้มแข็งให้รัฐวิสาหกิจเพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศ แทนการเอื้อประโยชน์ให้เอกชนรวยผูกขาดแล้วปล่อยให้ กฟผ. ถูกลดบทบาทลง

1788584713194

ขณะที่นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองประธานกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร กล่าวว่า โครงสร้างพลังงานในปัจจุบันกำลังบิดเบือนอย่างน่ากลัว โดยสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. ลดลงเหลือเพียงร้อยละ 31 เนื่องจากรัฐบาลหยุดการลงทุนเพิ่มและเปิดทางให้เอกชนเข้ามาสอดแทรก ซึ่งหากปล่อยไว้เช่นนี้จะทำให้รายได้ของรัฐวิสาหกิจลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่ กฟผ. เคยเป็นองค์กรที่นำส่งรายได้อันดับต้น ๆ ของประเทศ 

1788584715132

อย่างไรก็ตามจากผลการสัมมนาในครั้งนี้ ฝ่ายนิติบัญญัติจะนำข้อสรุปและข้อมูลที่ได้รับไปจัดทำร่างแก้ไขกฎหมายเพื่อยกเครื่องโครงสร้าง กกพ. และ กปช. ให้มาอยู่ภายใต้หน่วยงานกำกับดูแลเดียวในลักษณะเดียวกับธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาค่าไฟแพง คืนความเป็นธรรมให้ประชาชน และปกป้องเสถียรภาพทางการคลังของประเทศอย่างยั่งยืน