ดาต้าเซ็นเตอร์สายมืด! เมื่อนวัตกรรมถูกซุกใต้ดิน ถึงเวลารัฐแยก "สายขาว" ออกจาก "อาชญากรรมดิจิทัล"
จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจและการไฟฟ้าเข้าตรวจค้นจับกุมกลุ่มทุนที่เช่าอาคารพาณิชย์ – บ้านพักอาศัย เพื่อดัดแปลงเป็น ศูนย์ข้อมูลขนาดเล็ก (Data Center) หรือเหมืองขุดคริปโทเคอร์เรนซีผิดกฎหมาย กลายเป็นประเด็นที่สะท้อนถึงความท้าทายใหม่ในยุคดิจิทัล
อีกทั้งรัฐบาลเตรียมประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ หรือ “บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์” ในวันที่ 4 กันยายน 2569 เพื่อเร่งปราบผู้ประกอบการผิดกฎหมาย จัดระเบียบและวางระบบดูแลอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งระบบ
เรื่องนี้ทำให้นักวิชาการด้านกฎหมาย เศรษฐศาสตร์ และวิศวกรรมไฟฟ้า ร่วมกันวิเคราะห์ “ผลดี-ผลเสีย” และบทเรียนจากปรากฏการณ์นี้
นักวิชาการ ระบุว่า เรื่องที่ศูนย์ข้อมูลที่ถูกจับกุมส่วนใหญ่ไม่ได้ติดปัญหาที่การจัดเก็บข้อมูลหรือการขุดคริปโทฯ โดยตรง แต่เกิดจาก พฤติกรรมผิดกฎหมายรุนแรง 3 ประการ คือ 1.การลักทรัพย์พลังงาน หรือ ขโมยไฟ ที่ดัดแปลงมิเตอร์หรือต่อตรงสายไฟฟ้าหลวงเพื่อลดต้นทุนค่าไฟที่สูงมหาศาล ทำให้รัฐสูญเสียรายได้ ระดับหลายล้านบาทต่อเดือน และส่งผลกระทบต่อต้นทุนการบริหารจัดการไฟฟ้าในภาพรวม ,2. การผังเมืองและความปลอดภัยอาคาร โดยมีการดัดแปลงโครงสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต สร้างความเสี่ยงอัคคีภัยในชุมชน เพราะเครื่องเซิร์ฟเวอร์ทำงานหนักตลอด 24 ชั่วโมงในพื้นที่ปิดที่ไม่มีระบบระบายความร้อนมาตรฐาน มีโอกาสเกิดไฟฟ้าลัดวงจรสูงมาก และ3.เป็นการฟอกเงินและอาชญากรรมข้ามชาติ ที่ใช้เป็นฐานประมวลผลให้เว็บพนันออนไลน์ หรือสแกมเมอร์คอลเซ็นเตอร์
แต่มุมมองที่ดีในเรื่องดาต้าเซ็นเตอร์ก็มีให้ได้เรียนรู้ เช่น เชิงนโยบายที่สามารถเป็นตัวกระตุ้นการปราบปรามเทคโนโลยีกระทำผิด ช่วยให้เจ้าหน้าที่รัฐปรับตัวและพัฒนาเครื่องมือตรวจสอบ ตรวจจับพฤติกรรมการใช้ไฟผิดปกติ ,เร่งจัดระเบียบโซนนิ่ง เป็นบทเรียนให้ภาครัฐต้องออกกฎหมายควบคุมการตั้งศูนย์ข้อมูลขนาดเล็ก (Edge Data Center) ให้ชัดเจน ว่าต้องอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมหรือพื้นที่ที่จัดไว้เท่านั้น
สุดท้ายทางออกในมุมมองนักวิชาการ เสนอรัฐบาลต้องแยกแยะระหว่าง “การสนับสนุนอุตสาหกรรม Data Center และ AI ที่ถูกกฎหมาย” ออกจาก “การปราบปรามการฉวยโอกาสทำผิดกฎหมาย” โดยจำเป็นต้องสร้างระบบลงทะเบียนการใช้อุปกรณ์ประมวลผลขนาดใหญ่ ควบคู่กับการใช้ AI ตรวจสอบการสวมรอยใช้ไฟฟ้าอย่างจริงจัง และจัดพื้นที่เหมาะสมกับการจัดตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อป้องกันเหตุการณ์จากอัคคีภัยที่รุนแรงจากการใช้ไฟฟ้ามหาศาลในอนาคต