อัปเดตดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ น้ำมัน WTI พุ่ง 5.2%  ดาวโจนส์ร่วง 419.02 จุด ผวาสหรัฐฯ-อิหร่านปะทะดันเงินเฟ้อ ราคาน้ำมันไทย 2 ก.ย.

เศรษฐกิจ2 ก.ย. 2569 • 07:37 น.
อัปเดตดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ น้ำมัน WTI พุ่ง 5.2%  ดาวโจนส์ร่วง 419.02 จุด ผวาสหรัฐฯ-อิหร่านปะทะดันเงินเฟ้อ ราคาน้ำมันไทย 2 ก.ย.

ตลาดการเงินโลกเผชิญแรงกดดันจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน หลังเกิดการโจมตีตอบโต้กันรอบใหม่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งแรง ขณะที่ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวลงจากความกังวลว่า ราคาพลังงานที่สูงขึ้นจะเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกชะลอการลดดอกเบี้ย ส่วนราคาน้ำมันในประเทศไทยประจำวันที่ 2 กันยายน 2569 ยังคงมีราคาจำหน่ายตามประกาศของแต่ละสถานีบริการ

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส หรือ WTI ตลาดนิวยอร์ก ปิดพุ่งขึ้นกว่า 5% ในวันอังคารที่ 1 กันยายน หลังนักลงทุนวิตกว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตและส่งออกน้ำมันที่สำคัญของโลก

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้น 4.46 ดอลลาร์ หรือ 5.2% ปิดที่ 90.22 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 4.16 ดอลลาร์ หรือ 4.6% ปิดที่ 94.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม ขณะที่ WTI ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม

แรงซื้อในตลาดน้ำมันเพิ่มขึ้นจากความกังวลว่าสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอาจยืดเยื้อและขยายวงกว้าง จนกระทบต่อเส้นทางการขนส่งและปริมาณน้ำมันในตลาดโลก โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่มีความสำคัญต่ออุปทานพลังงานทั่วโลก

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ยืนยันเมื่อวันที่ 1 กันยายนว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน หรือไออาร์จีซี หลังมีความพยายามโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงพยายามโจมตีกองทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน

ด้านอิหร่านยังคงแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อสหรัฐฯ พร้อมเตือนว่าอาจขัดขวางการส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย หากสถานการณ์ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้น ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่ว่าจะตอบโต้อิหร่านอย่างหนักหน่วง ทำให้ตลาดพลังงานเพิ่มการประเมินความเสี่ยงต่ออุปทานน้ำมันในระยะต่อไป

ขณะเดียวกัน สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เตือนว่าอิหร่านอาจเผชิญมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ ส่งผลให้นักลงทุนจับตาความเคลื่อนไหวระหว่างสองประเทศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นอาจสร้างความเสี่ยงต่ออุปทานน้ำมันและผลักดันราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกให้ปรับตัวสูงขึ้นต่อไป

การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันยังส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นนิวยอร์ก โดยดัชนีดาวโจนส์ปิดลบในวันเดียวกัน เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นจะทำให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อกลับมาเพิ่มขึ้น ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลในหลายประเทศปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 52,766.88 จุด ลดลง 419.02 จุด หรือ 0.79% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 7,631.47 จุด ลดลง 54.67 จุด หรือ 0.71% และดัชนีแนสแด็กปิดที่ 26,099.77 จุด ลดลง 271.12 จุด หรือ 1.03%

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี เพิ่มขึ้นแตะระดับ 4.7880% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 20 เดือน ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี พุ่งแตะระดับ 3% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2539

ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้นแตะ 5.2341% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2551 ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้นแตะ 3.3546% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีมักถูกใช้เป็นตัวชี้วัดต้นทุนการกู้ยืมในกลุ่มประเทศยูโรโซน

การปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงและเพิ่มความกังวลว่าต้นทุนพลังงานที่แพงขึ้นอาจทำให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อกลับมารุนแรงอีกครั้ง นักลงทุนจึงประเมินว่าธนาคารกลางในหลายประเทศอาจจำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น หรือชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

ความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นยังเพิ่มแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 68.2% ต่อการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนกันยายน เพิ่มขึ้นอย่างมากจากระดับ 39.6% เมื่อสัปดาห์ก่อน

นักลงทุนจึงจับตาทั้งราคาน้ำมันดิบ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอย่างใกล้ชิด เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลโดยตรงต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ ต้นทุนการกู้ยืม และทิศทางนโยบายการเงินของเฟดในระยะต่อไป

สำหรับประเทศไทย ราคาน้ำมันประจำวันที่ 2 กันยายน 2569 มีการอัปเดตข้อมูลจากสถานีบริการน้ำมัน 4 แห่ง ได้แก่ ปตท. บางจาก พีที และเชลล์ โดยข้อมูลอัปเดต ณ เวลา 05.00 น. วันที่ 2 กันยายน 2569 อ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน หรือ สนพ.

ราคาน้ำมันปั๊มปตท. ได้แก่ แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 38.29 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 33.29 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ E85 ราคา 29.23 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 37.92 บาทต่อลิตร ดีเซลหมุนเร็วธรรมดา ราคา 39.14 บาทต่อลิตร และเบนซิน ราคา 47.28 บาทต่อลิตร

ราคาน้ำมันปั๊มบางจาก ได้แก่ แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 38.229 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 33.29 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ E85 ราคา 29.23 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 37.92 บาทต่อลิตร ดีเซลหมุนเร็วธรรมดา ราคา 39.14 บาทต่อลิตร และดีเซลพรีเมียม ราคา 49.25 บาทต่อลิตร

ราคาน้ำมันปั๊มพีที ได้แก่ ดีเซล ราคา 39.14 บาทต่อลิตร ดีเซล B20 ราคา 34.14 บาทต่อลิตร เบนซิน ราคา 47.78 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 38.29 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 37.92 บาทต่อลิตร และแก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 33.29 บาทต่อลิตร

ส่วนราคาน้ำมันปั๊มเชลล์ ได้แก่ เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 33.49 บาทต่อลิตร เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 38.42 บาทต่อลิตร เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 38.79 บาทต่อลิตร เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 49.84 บาทต่อลิตร เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล ราคา 39.14 บาทต่อลิตร เชลล์ ดีเซล B20 ราคา 34.14 บาทต่อลิตร และเชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล ราคา 49.84 บาทต่อลิตร

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดังกล่าวอ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน หรือ สนพ. ซึ่งมีการอัปเดตราคาทุกครั้งที่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันในเวลา 05.00 น. ของวันที่มีการประกาศ โดยราคาที่แสดงเป็นราคาขายปลีกน้ำมันในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร ผู้บริโภคควรตรวจสอบราคาที่หน้าสถานีบริการน้ำมันอีกครั้งก่อนเติมน้ำมัน

ที่มา: สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน