น้ำมัน WTI พุ่ง 2.83% ปิด 85.76 ดอลลาร์ หลังสหรัฐฯ-อิหร่านปะทะรอบใหม่

เศรษฐกิจ1 ก.ย. 2569 • 07:00 น.
น้ำมัน WTI พุ่ง 2.83% ปิด 85.76 ดอลลาร์ หลังสหรัฐฯ-อิหร่านปะทะรอบใหม่

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นในวันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม หลังสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้นักลงทุนวิตกว่าความขัดแย้งที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 6 อาจกระทบต่ออุปทานน้ำมันดิบในตลาดโลก และเพิ่มความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันในตะวันออกกลาง

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้น 2.36 ดอลลาร์ หรือ 2.83% ปิดที่ 85.76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้น 2.39 ดอลลาร์ หรือ 2.71% ปิดที่ 90.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

แรงหนุนสำคัญมาจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางทหารที่รุนแรงขึ้น หลังศูนย์บัญชาการกลางสหรัฐฯ ยืนยันว่า กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีฐานยิงจรวด 2 แห่งของอิหร่านบนเกาะลารัค ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม หลังตรวจพบว่ากองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่านกำลังเตรียมยิงจรวดที่บรรทุกทุ่นระเบิดทางน้ำลงสู่ช่องแคบฮอร์มุซ

หลังจากนั้น อิหร่านได้เปิดฉากตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธข้ามแดนโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ 2 แห่งในจอร์แดน พร้อมส่งโดรนโจมตีฐานทัพอากาศอัล มินฮัด ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยมุ่งเป้าไปยังจุดประจำการของทหารและฝูงเฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐฯ

อิหร่านระบุว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นการตอบโต้กรณีสมาชิกกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่านและพลเรือนชาวอิหร่านถูกสังหารบนเกาะลารัค ขณะที่สถานการณ์ดังกล่าวเพิ่มความกังวลให้กับตลาดน้ำมัน เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออุปทานพลังงานของโลก

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศเตรียมตอบโต้อิหร่าน หลังอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน พร้อมขู่ว่าจะทำลายเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันที่สำคัญของอิหร่าน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้นักลงทุนจับตาความเสี่ยงที่ความขัดแย้งอาจขยายวงกว้างขึ้น โดยเฉพาะผลกระทบต่อการผลิตและการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน รวมถึงเส้นทางลำเลียงน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันราคาน้ำมันในตลาดโลกให้ปรับตัวสูงขึ้นต่อไป