วิเคราะห์แนวโน้มตลาดน้ำมันดิบก่อนเปิดตลาด 31/08/69

เศรษฐกิจ31 ส.ค. 2569 • 07:00 น.
วิเคราะห์แนวโน้มตลาดน้ำมันดิบก่อนเปิดตลาด 31/08/69

ตลาดน้ำมันดิบในช่วงเปิดตลาดวันที่ 31 ส.ค. 2569 มีแนวโน้ม “รีบาวด์ขึ้น” และผันผวนสูง แม้ราคาปิดตลาดวันศุกร์จะปรับตัวลงและทำผลงานรายสัปดาห์ติดลบก็ตาม โดยปัจจัยสำคัญที่เปลี่ยนภาพตลาดในช่วงสุดสัปดาห์คือ ความตึงเครียดรอบช่องแคบฮอร์มุซที่กลับมารุนแรงขึ้น

ล่าสุด ราคาน้ำมันล่วงหน้าในช่วงเช้าวันจันทร์พุ่งขึ้นมากกว่า 2% หลังสหรัฐฯ โจมตีแท่นยิงจรวดของอิหร่าน 2 แห่งบนเกาะลารัก ซึ่งอยู่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ตลาดกลับมากังวลว่าเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญอาจเผชิญความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอีกครั้ง โดย WTI ขยับขึ้นราว 2.4% มาอยู่ที่ประมาณ 85.41 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ Brent เพิ่มขึ้นราว 2.5% แตะ 90.32 ดอลลาร์/บาร์เรล ในช่วงที่มีการรายงานล่าสุด

ปัจจัยหนุนราคาน้ำมัน

1. ความเสี่ยงช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเป็นปัจจัยหลัก

ก่อนหน้านี้ตลาดเริ่มผ่อนคลายความกังวลจากข่าวลือเรื่องการเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ราคาน้ำมัน WTI และ Brent ปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง แต่การโจมตีครั้งล่าสุดทำให้ความเสี่ยงด้านอุปทานกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง

ช่องแคบฮอร์มุซมีความสำคัญอย่างมากต่อการขนส่งพลังงานโลก ดังนั้น หากความขัดแย้งขยายวงหรือกระทบต่อการเดินเรือ ราคาน้ำมันมีโอกาสได้รับแรงหนุนจาก Geopolitical Risk Premium เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

2. นักลงทุนอาจกลับเข้าซื้อหลังราคาปรับฐานแรง

ก่อนหน้านี้ WTI ปิดที่ 83.40 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 0.16% ในวันศุกร์ และลดลงมากกว่า 4% ในรอบสัปดาห์ ขณะที่ Brent ลดลงมากกว่า 5% ในรอบสัปดาห์ ทำให้ราคาน้ำมันเข้าสู่ภาวะปรับฐานค่อนข้างแรง

เมื่อมีข่าวความเสี่ยงด้านอุปทานกลับมา จึงมีโอกาสเกิดแรงซื้อเพื่อเก็งกำไรและปิดสถานะขาย ส่งผลให้ราคามีโอกาสดีดตัวแรงในช่วงต้นสัปดาห์

ปัจจัยกดดันยังมีอยู่

อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของราคาน้ำมันอาจยังไม่ใช่สัญญาณของขาขึ้นที่ยั่งยืน เพราะตลาดยังต้องเผชิญแรงกดดันจาก นโยบายการเงินของเฟด

เควิน วอร์ชส่งสัญญาณว่าเฟดอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ทำให้ตลาดเพิ่มการคาดการณ์เกี่ยวกับการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน ซึ่งอาจหนุนค่าเงินดอลลาร์และกดดันสินทรัพย์โภคภัณฑ์ที่ซื้อขายในสกุลดอลลาร์

นอกจากนี้ หากราคาน้ำมันพุ่งขึ้นจากความเสี่ยงตะวันออกกลาง ก็อาจยิ่งเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และทำให้เฟดมีเหตุผลมากขึ้นในการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวด ซึ่งจะกลายเป็นแรงต้านต่อราคาน้ำมันในระยะถัดไป

แนวโน้มวันที่ 31 ส.ค. 2569

ภาพระยะสั้นเปลี่ยนจาก “ขาลง” เป็น “รีบาวด์เชิงบวก” หลังเกิดเหตุโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยตลาดมีแนวโน้มให้น้ำหนักกับปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์มากกว่าปัจจัยเฟดในช่วงเปิดตลาด

สำหรับ WTI หากสามารถยืนเหนือ 84 ดอลลาร์/บาร์เรล ได้ มีโอกาสทดสอบบริเวณ 85-86 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่การทะลุระดับ 86 ดอลลาร์ขึ้นไปได้อย่างมั่นคง จะช่วยเพิ่มแรงซื้อและเปิดทางให้ราคาฟื้นตัวต่อ

ในทางกลับกัน หากสถานการณ์ฮอร์มุซคลี่คลายอย่างรวดเร็ว และการเดินเรือกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ตลาดอาจกลับมาให้น้ำหนักกับปัจจัยเฟดและความต้องการใช้น้ำมันโลก ซึ่งจะทำให้แรงขายกลับเข้ามาอีกครั้ง

ก่อนเปิดตลาด 31 ส.ค. 2569 น้ำมันดิบมีแนวโน้ม “รีบาวด์ขึ้น แต่ยังผันผวนสูง” โดย WTI มีแรงหนุนจากความเสี่ยงใหม่ในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่แรงกดดันจากแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นของเฟดยังคงจำกัดการปรับขึ้นของราคา ดังนั้นทิศทางระหว่างวันจะขึ้นอยู่กับข่าวความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านและความปลอดภัยของเส้นทางขนส่งน้ำมันเป็นสำคัญ