วิเคราะห์แนวโน้มตลาดหุ้นนิวยอร์ก ก่อนเปิดตลาด 31/08/69
ตลาดหุ้นนิวยอร์กมีแนวโน้ม ผันผวนและเปิดตลาดในกรอบระมัดระวัง ในวันจันทร์ที่ 31 ส.ค. 2569 หลังนักลงทุนกลับมากังวลทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยเฉพาะความเป็นไปได้ที่เฟดอาจ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายน หลังถ้อยแถลงของ เควิน วอร์ช สะท้อนจุดยืนที่ให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้ออย่างชัดเจน
แรงกดดันหลักมาจากทิศทางดอกเบี้ยเฟด
การที่วอร์ชระบุว่า หากเฟดยังไม่มีความเชื่อมั่นมากพอว่าเงินเฟ้อกำลังปรับตัวลงสู่เป้าหมาย 2% อย่างชัดเจนและรวดเร็ว เฟดก็จำเป็นต้องดำเนินมาตรการเพิ่มเติม ทำให้นักลงทุนต้องปรับมุมมองต่อทิศทางดอกเบี้ย โดยเฉพาะความเป็นไปได้ของการ ขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย.
ประเด็นนี้ถือเป็นปัจจัยลบต่อตลาดหุ้น เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะเพิ่มต้นทุนทางการเงิน และลดความน่าสนใจของสินทรัพย์เสี่ยง ขณะเดียวกันหุ้นกลุ่มเติบโตและหุ้นเทคโนโลยีซึ่งมีมูลค่าจากกระแสเงินสดในอนาคตสูง มีแนวโน้มได้รับแรงกดดันมากกว่าตลาดโดยรวม
Nasdaq เสี่ยงถูกกดดันมากที่สุด
จากการปิดตลาดล่าสุด Nasdaq ลดลง 0.52% มากกว่า Dow Jones และ S&P 500 สะท้อนว่านักลงทุนเริ่มลดความเสี่ยงในหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นเติบโต ขณะที่ S&P 500 ลดลง 0.25% และ Dow Jones ลดลงเพียง 0.02%
ดังนั้น หากบรรยากาศการลงทุนก่อนเปิดตลาดยังถูกครอบงำด้วยความกังวลเรื่องดอกเบี้ย Nasdaq มีโอกาสเผชิญแรงขายมากกว่าดัชนีอื่น โดยเฉพาะหุ้นที่มีราคาปรับตัวขึ้นมากในช่วงที่ผ่านมา
แต่ภาพรวมรายสัปดาห์ยังไม่เสียทรง
แม้ตลาดปิดลบในวันศุกร์ แต่หากมองทั้งสัปดาห์ยังถือว่าอยู่ในทิศทางบวก โดย Dow Jones เพิ่มขึ้น 0.53% S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.49% และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.85%
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า นักลงทุนยังไม่ได้เปลี่ยนมุมมองเป็นลบอย่างเต็มตัว แต่กำลังอยู่ในช่วง ปรับพอร์ตและประเมินความเสี่ยงจากนโยบายเฟด ทำให้ตลาดมีโอกาสเคลื่อนไหวแบบสลับบวก-ลบตามข้อมูลเศรษฐกิจและถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด
ตลาดกำลังอยู่ในภาวะ “เดิมพันสองทาง”
ปัจจัยสำคัญที่สุดในช่วงนี้คือมุมมองของนักลงทุนที่ยังแบ่งออกเกือบเท่า ๆ กันระหว่าง เฟดขึ้นดอกเบี้ย กับ เฟดคงดอกเบี้ย ในเดือนกันยายน
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ตลาดมีความอ่อนไหวสูง หากข้อมูลเงินเฟ้อหรือเศรษฐกิจชุดใหม่ออกมาสูงกว่าคาด จะเพิ่มแรงคาดการณ์ว่าเฟดต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น และอาจกดดันหุ้นทันที แต่หากตัวเลขเศรษฐกิจสะท้อนว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อลดลง โอกาสที่เฟดจะไม่ขึ้นดอกเบี้ยก็จะเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้น
แนวโน้มก่อนเปิดตลาด 31 ส.ค.
โดยรวมมองว่า ตลาดหุ้นนิวยอร์กมีแนวโน้มเปิดแบบระมัดระวังและผันผวน โดยมีแรงกดดันต่อหุ้นเทคโนโลยีมากกว่าหุ้นขนาดใหญ่กลุ่มอื่น นักลงทุนจะให้น้ำหนักกับทิศทางดอกเบี้ยของเฟดเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม การปรับตัวลงของตลาดในวันศุกร์ยังไม่ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนเป็นขาลงอย่างชัดเจน เพราะดัชนีหลักทั้ง 3 ตลาดยังสามารถปิดบวกได้เมื่อมองในกรอบรายสัปดาห์
กลยุทธ์ที่ตลาดน่าจะใช้ในระยะสั้นคือ ลดความเสี่ยงและรอดูข้อมูลเงินเฟ้อ–เศรษฐกิจเพิ่มเติม โดยเฉพาะข้อมูลที่จะช่วยยืนยันว่าเฟดมีเหตุผลมากพอที่จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนหรือไม่ หากความเป็นไปได้ในการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลาดหุ้น โดยเฉพาะ Nasdaq มีโอกาสถูกกดดันมากขึ้น
ก่อนเปิดตลาด 31 ส.ค. 2569 แนวโน้มเป็น “ผันผวน-ระมัดระวัง” มากกว่าการปรับตัวลงรุนแรง โดยมี ดอกเบี้ยเฟดและเงินเฟ้อเป็นตัวแปรชี้ทิศทาง ขณะที่ Nasdaq ยังเป็นดัชนีที่ต้องจับตาเป็นพิเศษจากความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย.