วิเคราะห์ตลาดน้ำมันดิบก่อนเปิดตลาด 31/08/69

เศรษฐกิจ30 ส.ค. 2569 • 06:51 น.
วิเคราะห์ตลาดน้ำมันดิบก่อนเปิดตลาด 31/08/69

ตลาดน้ำมันดิบในช่วงก่อนเปิดตลาดวันที่ 31 สิงหาคม 2569 มีแนวโน้ม แกว่งตัวในกรอบขาลง แต่ยังมีแรงพยุงจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และอุปทาน โดยราคาน้ำมันถูกกดดันจากทั้งแนวโน้มนโยบายการเงินของสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเส้นทางขนส่งน้ำมันในตะวันออกกลาง

ล่าสุดราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. ปิดที่ 83.40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 13 เซนต์ หรือ 0.16% ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนต.ค. ปิดที่ 89.31 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 39 เซนต์ หรือ 0.43% โดยตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา WTI ลดลงมากกว่า 4% และเบรนท์ลดลงมากกว่า 5% สะท้อนว่านักลงทุนลดสถานะในตลาดน้ำมันอย่างต่อเนื่อง

เฟดเป็นปัจจัยกดดันสำคัญ

ประเด็นที่ตลาดให้น้ำหนักมากที่สุดในระยะสั้นคือ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังเควิน วอร์ช ประธานเฟดส่งสัญญาณว่าอาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

สัญญาณดังกล่าวทำให้ตลาดกลับมากังวลว่าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ อาจอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งจะเพิ่มต้นทุนทางการเงินและอาจชะลอการบริโภคและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน เงินดอลลาร์มีโอกาสแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ส่งผลให้สินค้าโภคภัณฑ์ที่ซื้อขายในรูปดอลลาร์ รวมถึงน้ำมัน มีความน่าสนใจลดลงสำหรับผู้ถือเงินสกุลอื่น

ดังนั้น หากตลาดยังเพิ่มน้ำหนักต่อความเป็นไปได้ที่เฟดจะใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด ราคาน้ำมันมีโอกาสเผชิญแรงขายต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังจาก WTI และเบรนท์ปรับตัวลงแรงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นตัวแปรสำคัญ

อีกปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในช่วงสุดสัปดาห์คือ ข่าวลือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะมีข้อตกลงเปิดเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

หากมีความคืบหน้าไปสู่การเปิดเส้นทางขนส่งอย่างชัดเจน ตลาดจะมองว่าเป็นการลดความเสี่ยงด้านอุปทานและการขนส่งน้ำมันในตลาดโลก ซึ่งอาจทำให้ ค่าพรีเมียมจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ลดลง และเป็นปัจจัยกดดันราคาน้ำมันเพิ่มเติมในช่วงเปิดตลาดวันจันทร์

ในทางกลับกัน หากข่าวดังกล่าวไม่เกิดขึ้นจริง หรือการเจรจาไม่มีความคืบหน้า ความเสี่ยงที่การขนส่งน้ำมันผ่านเส้นทางสำคัญจะสะดุดยังสามารถกลับมาเป็นแรงหนุนราคาน้ำมันได้อย่างรวดเร็ว

ตลาดผลิตภัณฑ์น้ำมันยังช่วยพยุงราคา

แม้ราคาน้ำมันดิบจะถูกกดดัน แต่ภาพของ ตลาดผลิตภัณฑ์น้ำมันทั่วโลกยังค่อนข้างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะจากสถานการณ์การโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียในยูเครนที่เพิ่มขึ้น

ความเสียหายหรือการหยุดชะงักของโรงกลั่นอาจส่งผลให้ปริมาณผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปลดลง และทำให้ตลาดน้ำมันกลั่นตึงตัวขึ้น ปัจจัยนี้จึงมีส่วนช่วยจำกัดการปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบ แม้แรงกดดันจากนโยบายการเงินสหรัฐฯ จะยังคงอยู่

จุดนี้ถือเป็นความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง ตลาดน้ำมันดิบกับตลาดผลิตภัณฑ์น้ำมัน เพราะแม้ราคาน้ำมันดิบจะปรับตัวลง แต่หากตลาดน้ำมันสำเร็จรูปยังตึงตัว ก็อาจช่วยประคองความต้องการใช้น้ำมันดิบของโรงกลั่นและจำกัดแรงขายในตลาดได้

แนวโน้มก่อนเปิดตลาด 31 ส.ค.

สำหรับการซื้อขายในวันที่ 31 สิงหาคม มุมมองระยะสั้นยังให้น้ำหนักไปทางลบถึงทรงตัว เนื่องจากราคาน้ำมันเผชิญแรงกดดันพร้อมกันทั้งจากความกังวลเรื่องดอกเบี้ยสหรัฐฯ และการลดลงของค่าความเสี่ยงด้านอุปทาน หากตลาดได้รับการยืนยันว่าช่องแคบฮอร์มุซสามารถกลับมาเปิดเส้นทางขนส่งได้ ความเสี่ยงที่ราคาจะถูกขายต่อมีมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันที่ปรับลงมากกว่า 4% สำหรับ WTI และมากกว่า 5% สำหรับเบรนท์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ตลาดอาจมีแรงซื้อเก็งกำไรระยะสั้นเข้ามาช่วยพยุงราคาได้ โดยเฉพาะหากสถานการณ์โรงกลั่นของรัสเซียยังสร้างความตึงตัวให้กับตลาดผลิตภัณฑ์น้ำมัน

ตลาดน้ำมันในช่วงเปิดสัปดาห์ใหม่ยังมีโอกาสเผชิญแรงกดดัน โดยมีแนวรับจากปัจจัยอุปทานและภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ทิศทางของเฟดและข่าวเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซจะเป็นตัวกำหนดว่าราคาจะ ฟื้นตัวเพื่อลดช่วงการปรับลง หรือเดินหน้าปรับฐานต่อ หลังจากราคาน้ำมันดิบร่วงลงแรงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา.