เข้าพรุ่งนี้ คลังโอน 1,500 บาทคนละครึ่ง เผยใช้ผ่านฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์ม 4 ต.ค.นี้
รายงานข่างแจ้งว่า กระทรวงการคลังจะโอนวงเงินสนับสนุนให้แก่ผู้ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 รอบที่ 2 เพิ่มเติมอีกจำนวน 1,500 บาท ในวันพรุ่งนี้ (1 ต.ค.)โดยยอดดังกล่าวจะไปรวมกับวงเงินสิทธิคงเหลือจากรอบแรกให้อัตโนมัติ หากประชาชนลงทะเบียนใหม่ และได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 หลังวันพรุ่งนี้จะได้รับวงเงินสิทธิรวมทั้งสิ้น 3,000 บาท
ทั้งนี้ผู้ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ สามารถใช้สิทธิซื้ออาหารและเครื่องดื่มจากร้านอาหารและเครื่องดื่มที่เข้าร่วมโครงการฯ ผ่านผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรีแพลตฟอร์มได้ ตั้งแต่วันที่ 4 ต.ค.64 เวลา 06.00-20.00 น.ของทุกวัน โดยสามารถดำเนินการได้ดังนี้
1.เข้าแอพพลิเคชันเป๋าตัง กดแถบแบนเนอร์ ฟู้ดเดลิเวอรี่ในหน้าแรก หรือสามารถเข้าผ่าน จี-วอลเล็ท กดแถบโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 หรือโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ แล้วจึงกดแถบฟู้ดเดลิเวอรี่
2.กดสั่งผ่านฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มบนแอพพลิเคชันเป๋าตัง แล้วจึงเลือกผู้ให้บริการฟู้ด เดลิเวอรี่แพลตฟอร์มที่ต้องการใช้งาน หรือสามารถกดค้นหาเมนูหรือร้านอาหาร เพื่อเลือกซื้ออาหาร/เครื่องดื่มได้
3.หลังจากเลือกตามข้อ 2 ระบบจะเชื่อมไปที่แอปพลิเคชันฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มเพื่อสั่งอาหาร/เครื่องดื่มจากร้านอาหาร/เครื่องดื่มที่เข้าร่วมโครงการโดยประชาชนจะต้องชำระค่าส่งที่แอปพลิเคชันฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มก่อน
4.ประชาชนจะได้รับการแจ้งเตือนให้ชำระค่าอาหาร/เครื่องดื่มบน จี-วอลเล็ท และกดปุ่มชำระค่าอาหาร/เครื่องดื่มพร้อมใช้สิทธิผ่าน จี-วอลเล็ท โดยต้องชำระเงินภายใน 5 นาที
โดยรัฐจะสนับสนุนเงินในส่วนค่าอาหารและ/หรือเครื่องดื่มเท่านั้น ไม่รวมถึงค่าจัดส่งหรือค่าใช้จ่ายอื่นใด ขณะนี้มีผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการแล้ว 2 ราย ได้แก่ แกร๊บ และไลน์แมน ผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่มในโครงการที่ประสงค์จะขายอาหารและเครื่องดื่มผ่านผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่สามารถสมัครผ่านแอปพลิเคชัน ถุงเงิน ได้แล้ว ปัจจุบันมีผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่มลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ กว่า 30,000 ราย
สำหรับข้อมูล ณ วันที่ 28 ก.ย.64 โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 มีผู้ใช้สิทธิสะสมจำนวน 24.32 ล้านราย จากผู้เข้าร่วมโครงการรวม 27 ล้านราย โดยมียอดการใช้จ่ายสะสมรวม 67,468.5 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่ายสะสม 34,333.4 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายสะสม 33,135.1 ล้านบาท โดยมีจำนวนผู้ใช้สิทธิครบ 1,500 บาท ประมาณ 10 ล้านราย