“MTC”โรดโชว์มะกันโชว์ศักยภาพธุรกิจผลงานครึ่งปีแรกทุบสถิตินิวไฮ เล็งขยายบริการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถจยย.
MTC บินลัดฟ้าเดินหน้าโรดโชว์สหรัฐฯ ทั้งนิวยอร์ก-บอสตัน-ชิคาโก-ซานฟรานซิสโก ระหว่างวันที่ 12-16 ส.ค.62 ร่วมกับ DBS Vickers ขณะนี้มีกองทุนตอบรับฟังข้อมูลแล้วกว่า 20 แห่ง มั่นใจได้รับความสนใจคึกคัก พร้อมโชว์ศักยภาพผู้นำตลาดสินเชื่อทะเบียนรถจักรยานยนต์-นาโนไฟแนนซ์ โดยเฉพาะผลงานครึ่งปีแรก ทำนิวไฮต่อเนื่อง มั่นใจรายได้-กำไรทั้งปีทะลุเป้าหมาย
นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC เปิดเผยว่า ในวันที่ 12-16 ส.ค.นี้ บริษัทจะเดินทางไปโรดโชว์เพื่อให้ข้อมูลแก่นักลงทุนที่ประเทศสหรัฐฯในเมืองนิวยอร์ก,บอสตัน,ชิคาโกและซานฟรานซิสโก โดยร่วมกับบริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) และมีนายปริทัศน์ เพชรอำไพ รองกรรมการผู้จัดการ ร่วมเดินทางให้ข้อมูลในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีตัวแทนจากกองทุนชั้นนำ 20 กองทุนตอบรับการเข้ารับฟังข้อมูลธุรกิจ และแผนการดำเนินงานในอนาคต
โดยการเดินทางไปโรดโชว์ในครั้งนี้ มั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากกองทุนชั้นนำเหมือนกับทุกๆครั้งที่เดินทางไป เนื่องจากผลการดำเนินงานเติบโตอย่างแข็งแกร่งและเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ ซึ่งในครึ่งปีแรกที่ผ่านมาบริษัทสามารถเติบโตทุบสถิติสูงสุดใหม่ได้อีกครั้ง ซึ่งเป็นไปตามความต้องการสินเชื่อ และการขยายสาขาใหม่ รวมถึงการมีฐานะเป็นผู้นำตลาดสินเชื่อทะเบียนรถจักรยานยนต์ และนาโนไฟแนนซ์ของเมืองไทยน่าจะทำให้ได้รับความสนใจ
สำหรับแผนการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทเตรียมขยายการให้บริการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ เพื่อต่อยอดธุรกิจ และตอบสนองความต้องการลูกค้าอย่างครบวงจรจากฐานลูกค้าเก่าที่มีกว่า 2 ล้านรายทั่วประเทศ มั่นใจว่าจะช่วยผลักดันรายได้ในปี 2563 เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
ส่วนยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ในปี 62 ครึ่งปีแรกยังเติบโตได้กว่า 30% เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งพอร์ตสินเชื่อคงค้าง ณ ปัจจุบันอยู่ที่ 54,000 ล้านบาท สำหรับครึ่งปีหลังขอดูภาวะเศรษฐกิจโดยรวมก่อนว่ามีผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้อย่างไร โดยในปีนี้คงเป้าเปิดสาขาใหม่ที่ 600 สาขา ที่ผ่านมาเปิดไปแล้ว 460 สาขา ปัจจุบันมีสาขารวม 3,739 สาขา คาดว่าสิ้นปีนี้จะมีสาขาทั้งสิ้น 3,900 สาขา และปี 63 มี 4,500 สาขา
นอกจากนี้บริษัทยังตั้งเป้าหมายคุมสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL)ไม่เกิน 2% ในสิ้นปีนี้จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.0-1.1% ส่วนปัญหาภัยแล้ง บริษัทกำลังติดตามว่ามีผลกระทบต่อสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าอย่างไร เพราะในปัจจุบันสัดส่วนลูกค้าภาคเกษตรกรอยู่ที่ 40% เชื่อว่าภาครัฐจะมีมาตรการแก้ปัญหาภัยแล้ง เพื่อช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระเกษตรกรได้