ปตท. ชวนคนไทยขับรถแบบปลอดภัย ร่วมประหยัดพลังงาน ลดภาวะโลกร้อน

เศรษฐกิจ3 พ.ค. 2565 • 06:35 น.
ปตท. ชวนคนไทยขับรถแบบปลอดภัย ร่วมประหยัดพลังงาน ลดภาวะโลกร้อน
จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมาทำให้ทั่วโลกประสบกับวิกฤตเศรษฐกิจอย่างหนัก แม้ว่าในปัจจุบันเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นอย่างช้าๆ แต่รวมทั้งประเทศไทยกำลังเข้าสู่ฤดูร้อน ส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ที่ผ่านมา ปตท. มีการรณรงค์ให้ใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าและประหยัดมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสำหรับผู้ใช้รถยนต์ ที่สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้รถ เพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมประหยัดพลังงานและใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า รวมทั้งมีส่วนร่วมลดภาวะโลกร้อน ซึ่งจะส่งผลให้เราทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี เพราะอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่เป็นพิษ สำหรับการใช้รถยนต์ให้ประหยัดพลังงาน สามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ ด้วยการศึกษาคู่มือประจำรถ และเทคนิคในการขับขี่ก่อนออกเดินทาง รวมถึงวางแผนการเดินทางและเลือกเวลาในการเดินทางที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงช่วงเวลาเร่งรีบที่มีการจราจรหนาแน่นมากเกิน และเผื่อเวลาในการเดินทาง เพื่อให้เราไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ทันเวลาและประหยัดเชื้อเพลิง การสตาร์ทเครื่องยนต์ ไม่ควรสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วเหยียบคันเร่งออกทันที โดยไม่รอให้เครื่องยนต์อุ่นก่อน เพราะจะทำให้อายุการใช้งานของเครื่องยนต์สั้นลง ดังนั้นควรสตาร์ทรถทิ้งไว้ 3 - 5 นาที เพื่อให้เครื่องยนต์มีอุณหภูมิสูงขึ้นและพร้อมทำงาน เพื่อช่วยให้ประหยัดเชื้อเพลิง และยืดอายุการใช้งานของรถ ผู้ขับรถไม่ควรเหยียบเบรคบ่อยๆ หรือกระทันหัน จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันกว่าปกติถึง 40% ดังนั้นเวลาขับรถ ควรสังเกตสิ่งรอบข้างและมีสติอยู่เสมอ ทำให้เราไม่ต้องเหยียบเบรคบ่อยๆ ทั้งช่วยประหยัดน้ำมัน แถมยังช่วยรักษาสภาพยาง และผ้าเบรกไม่ให้สึกก่อนเวลาได้ หมั่นตรวจเช็กลมยางให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรเติมลมยางมากเกินไป หรืออ่อนเกินไป เพราะจะทำให้ใช้เชื้อเพลิงมากขึ้นโดยไม่จำเป็น การขับรถด้วยความเร็วคงที่และสม่ำเสมอ ไม่ช้าเกินไป หรือเร็วจนเกินไปจะช่วยลดการใช้พลังงานลงได้ การนำรถเข้าศูนย์บริการหรือตรวจเช็กสภาพอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ 3 - 9% ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะเวลาที่กำหนด ป้องกันการสึกหรอ และการดูแลรักษารถยนต์รวมถึงการใช้งานอย่างถูกต้อง จะช่วยยืดอายุของอุปกรณ์ต่างๆ ให้มีระยะตามที่ผู้ผลิตกำหนด สำหรับรถที่เป็นเกียร์ออโต้ สามารถประหยัดเชื้อเพลิงได้ง่ายๆ เช่นกัน โดยลดการทำ Kickdown บ่อยๆ เพราะจะส่งผลเสียทำให้ชุดเกียร์ได้รับความเสียหายมากกว่าปกติ นอกจากนี้ไม่ควรเบิ้ลหรือเร่งเครื่องยนต์แล้วเข้าเกียร์ D เพราะจะส่งผลทำให้ชุดเกียร์ เพลาขับ รวมถึงยางเกิดความเสียหาย และยังไม่ควรเข้าเกียร์ P ขณะติดไฟแดง หรือจอดข้างทาง เพราะสลักล็อกชุดเกียร์จะทำงาน หากมีอุบัติเหตุรถมาชนท้ายขณะจอดนิ่ง ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายกับชุดเกียร์ ส่วนการเข้าเกียร์ N และปล่อยให้รถไหลไปตามทาง จะทำให้ชุดเกียร์เกิดความร้อนสูงมากกว่าปกติ ทำให้เกิดความเสียหายต่อชุดเกียร์ เพราะการเข้าเกียร์ N จะทำให้ชุดเกียร์ ไม่สามารถใช้น้ำมันเกียร์เข้ามาหล่อเลี้ยงได้ หากรถเสีย และมีความจำเป็นต้องลากรถเกียร์ออโต้ สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึง คือต้องรู้ว่ารถคันนั้นขับเคลื่อนด้วยล้อหน้าหรือหลัง โดยต้องยกล้อที่ขับเคลื่อนนั้นขึ้นจากพื้นถนน เพราะส่วนใหญ่รถที่เสียไม่ได้สตาร์ทเครื่องไว้ ปั๊มน้ำมันเกียร์จะไม่ทำงาน ทำให้เกิดความร้อนสูง ชุดเกียร์เกิดความเสียหาย แต่ถ้าไม่สามารถยกล้อให้ลอยได้ ให้ลากไปอย่างช้าๆ ไม่ควรเกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีการชะลอความเร็วและหยุดพักถ้าเกิดมีระยะทางที่ลากในช่วงทางไกลเกินกว่า 6 - 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และหยุดชะลอความเร็ว หยุดพักครั้งหนึ่งแล้วค่อยๆ ลากต่อด้วยความเร็วต่ำ หรือใช้ความเร็วต่ำต่อเนื่องประมาณ 20 - 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็ได้ ดังนั้นควรศึกษาคู่มือรถและปฎิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด จะป้องกันความเสียหายได้ เพียงแค่เราร่วมมือร่วมใจเรียนรู้เทคนิคการใช้รถอย่างคุ้มค่ากับพลังงาน ก็จะช่วยให้ประเทศไทย ลดการใช้พลังงานที่ฟุ่มเฟือยลงได้ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้เราทุกคนมีสุขภาพกาย สุขภาพจิตที่แข็งแรง ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ดี