3ฝ่าย“รัฐ-เอกชน-นักวิชาการ"หนุนขึ้นค่าแรง!หวังแก้ปัญหาสินค้าแพงกระทบเศรษฐกิจรากหญ้า

เศรษฐกิจ19 ส.ค. 2565 • 23:00 น.
3ฝ่าย“รัฐ-เอกชน-นักวิชาการ"หนุนขึ้นค่าแรง!หวังแก้ปัญหาสินค้าแพงกระทบเศรษฐกิจรากหญ้า

และแล้ววันที่ราคาสินค้าที่บ่งบอกถึงเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” จะเริ่มขยับตัวขอปรับขึ้นราคา เพื่อให้สามารถอยู่รอดในธุรกิจต่อไปได้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้สินค้าหลายประเภทได้ขยับราคาขึ้นไปแล้ว  

ซึ่งการขอขึ้นราคาของ “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ให้กับสินค้าประเภทอื่น ๆ เดินหน้าขอปรับขึ้นราคาอีกหลายชนิดตามมา  

เป็นงานที่รัฐบาลต้องเร่งอุดช่องโหว่ไม่ให้สินค้าประเภทอื่น ๆ ขอปรับขึ้นอีกตามมา!!! 

ทั้งนี้หากมองย้อนไปในช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา จะเห็นว่ามีสินค้าหลายรายการ ทยอยปรับราคา อาทิ นมสดคาร์เนชั่น ขึ้นราคารอบ 2 อีก 3 บาท ต่อกระป๋อง (ขนาด 380 กรัม) จาก 25 บาท เป็น 28 บาทต่อกระป๋อง ,ซีอิ๊วหวานตรา "ง่วนเชียง" ขึ้น 20 บาทต่อขวด จาก 55 บาท เป็น 75 บาท ต่อขวด (ขนาด 800 กรัม) ,น้ำตาลทรายยี่ห้อ "มิตรผล" ขึ้น 1 บาทต่อถุง (ขนาด 1 กก.) ,ผงชูรสยี่ห้อ "อายิโนะโมะโต๊ะ" ขึ้น 10 บาท ต่อถุง (1 กก.) จาก 98 บาท เป็น 108 บาท/ถุง ,ผลไม้กระป๋องยี่ห้อ "มาลี" ขึ้น 12% หรือ 11 บาท/กระป๋อง จาก 85 บาท เป็น 96 บาท/กระป๋อง 

ล่าสุด  5 ยักษ์ใหญ่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อดัง "มาม่า- ไวไว -ยำยำ-นิสชิน-ซื่อสัตย์" ประกาศขอขึ้นราคาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจาก 6 บาท ต่อซอง เป็น 8 บาท โดยให้เหตุผลว่า ต้นทุนการผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในปัจจุบัน ต้นทุนการผลิตพุ่งสูงมาก ทั้งจากแป้งสาลีพุ่งสูงขึ้นกว่า 40%  น้ำมันปาล์มพุ่งสูงขึ้น ตั้งแต่เกิดวิกฤติโควิด-19 ระบาด จนประสบภาวะขาดทุนในบางเดือน  ซึ่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปปรับราคาครั้งล่าสุดปี 2551 ปรับจาก 5 บาทเป็น 6 บาท แต่ปัจจุบันยังไม่มีการปรับราคาแม้ต้นทุนต่าง ๆ จะเพิ่มสูงขึ้น 

ดังนั้นเรื่องที่ต้องจับตามองต่อไปมากที่สุด คือ เรื่อง “การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ” เพราะราคาสินค้าได้ขยับตัวขึ้นไปรอก่อนหน้าแล้ว!!! 

“นายสุชาติ ชมกลิ่น” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า การพิจารณาขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจะต้องมีการปรับตามสถานการณ์ของเงินเฟ้ออยู่แล้วโดยดูว่าฐานเงินเฟ้อในประเทศไทยเท่าไร แล้วเอามาเป็นตัวหลัก ซึ่งเรื่องนี้มีไตรภาคีจังหวัดที่จะพิจารณาก่อน มีทั้งลูกจ้าง นายจ้าง และฝ่ายรัฐบาล อยู่ในไตรภาคี ที่จะสุ่มตัวเลขมาว่า พอใจที่ตัวเลขเท่าไร ส่วนกลางก็จะมาพิจารณาอีกทีว่าที่ไตรภาคีเสนอมานั้นเหมาะสมหรือไม่ 

ส่วนกรอบในการปรับตัวเลขแต่ละโซนค่าแรงนั้น  นายสุชาติ กล่าวว่า จะดูพื้นที่โซนอุตสาหกรรมหลักๆ ก่อน เช่น จังหวัดภูเก็ต กรุงเทพมหานคร พื้นที่อีอีซี ซึ่งโซนเหล่านี้ถือเป็นหัวแถวอยู่แล้ว แต่จะปรับกี่เปอร์เซ็นต์ ก็ต้องพิจารณาให้เหมาะสม เท่าที่ดูตัวเลขคร่าวๆ ประมาณ 5-8% ให้รับได้ทั้งนายจ้างและลูกจ้าง 

“รัฐบาลยืนยันขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำให้กับผู้ใช้แรงงานแน่นอน ใช่หรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า แน่นอน เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เป็นไทมิ่ง เหมาะสม ซึ่งตอนนั้นยังใช้มาตรา 75 อยู่ หากปรับในตอนนั้นนายจ้างจะเอาเงินที่ไหนจ่าย และสุดท้ายอาจจะต้องตกงานกัน แต่เมื่อเราประคับประคอง นายจ้างและลูกจ้างก็จะอยู่ได้ ซึ่งคาดว่าจะเข้า ครม.ได้ในเดือนกันยายนนี้” 

ขณะที่ภาคเอกชนออกมาขานรับถึงการที่กระทรวงแรงงานเตรียมปรับอัตราค่าแรงงานเพิ่ม 5-8% นั้น  “นายสนั่น อังอุบลกุล” ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หอการค้าไทยสนับสนุนให้มีการปรับขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำให้กับแรงงานมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากค่าครองชีพแรงงงานสูงขึ้น อัตราเงินเฟ้อสูง ถ้าไม่ปรับค่าแรง และสินค้าปรับตัวสูงขึ้นจะส่งผลโดยตรงต่อแรงงานที่มีรายได้น้อยได้รับผลกระทบมาก โดยสิ่งที่หอการค้าไทยไม่เห็นด้วยอย่างเด็ดขาด คือ การปรับค่าแรงงานเป็นอัตราเดียวทั่วประเทศ ซึ่งการปรับขึ้นค่าแรงต้องผ่านคณะกรรมการไตรภาคีของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมมากที่สุด  

“เราไม่ต้องการเห็นการปรับค่าแรงงานเป็นอัตราเดียวทั่วประเทศ เพราะไม่สะท้อนข้อเท็จจริง ซึ่งการปรับค่าแรงในแต่ละพื้นที่จังหวัดที่เรียกว่าไตรภาคีที่จะพิจารณาการปรับอัตราค่าแรงงาน มีองค์ประกอบการพิจารณาร่วม ดังนั้นการปรับค่าแรง 5-8% ประเมินว่าเป็นอัตราที่เหมาะสม เนื่องจากเศรษฐกิจแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน” 

ด้านนักวิชาการ “นายอนุสรณ์ ธรรมใจ” อดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาวิจัยแห่งชาติ สาขาเศรษฐศาสตร์ และอดีตผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนานโยบายสาธารณะ สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเพียง 5-8% นั้นเท่ากับค่าจ้างขั้นต่ำที่แท้จริงแทบไม่มีการปรับขึ้น และในบางพื้นที่การเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำแท้จริงติดลบ ดังนั้นควรต้องปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ 380-400 บาททั่วประเทศ จึงจะเพียงพอต่อการดำรงชีพ และสามารถบรรเทาความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจ และภาระหนี้สินของผู้ใช้แรงงานและครอบครัวได้  

การยกมือหนุนปรับขึ้นค่าแรงทั้ง 3 ฝ่าย “รัฐบาล- เอกชน-นักวิชาการ” ไม่ใช่เรื่องที่จะเห็นได้บ่อยนัก!