"sacit" เล็งจีบ "ลิซ่า-มิลลิ" โปรโมตงานศิลปหัตถกรรมไทย มั่นใจดันเป็น Soft Power ขับเคลื่อน ศก.

เศรษฐกิจ26 ก.ย. 2565 • 08:54 น.
"sacit" เล็งจีบ "ลิซ่า-มิลลิ" โปรโมตงานศิลปหัตถกรรมไทย มั่นใจดันเป็น Soft Power ขับเคลื่อน ศก.

นายภาวี โพธิ์ยี่ รักษาการแทน ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (sacit) เปิดเผยว่า ในปี 2566 sacit มีแผนผลักดันการสร้างวัฒนธรรมการใช้ศิลปหัตถกรรมไทยเข้าสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มคน Gen Y ที่อยู่ในช่วงวัย 25-40 ปี ซึ่งมีบทบาทและอิทธิพลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ให้หันมาใช้งานศิลปหัตถกรรมมากขึ้น โดยจะใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงและมีอิทธิพล (Key Opinion Leader) ซึ่งได้แก่ ดารา นักแสดง และนักร้อง มาเป็น Friend of sacit เพื่อช่วยโปรโมตงานศิลปหัตถกรรม ทั้งนำไปใช้เอง หรือช่วยประชาสัมพันธ์ และดึงดูดให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจ และใช้เพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกันมีแผนที่จะใช้สื่อโซเชียลมีเดียเป็นช่องทางสื่อไปยังคนรุ่นใหม่ เช่น แพลตฟอร์ม Tiktok, Facebook, Instagram เพื่อสร้างให้กลุ่มคนรุ่นใหม่เกิดทัศนคติที่ดี เกิดความภาคภูมิใจในงานศิลปหัตถกรรมไทย ซึ่งเป็นภูมิปัญญาและรากฐานสำคัญอันเป็นอัตลักษณ์ของชาติ ซึ่งค่านิยมและวัฒนธรรมงานศิลปหัตถกรรมเหล่านี้ จะถูกส่งต่อสร้างกระแสออกไปในผู้คนในสังคมได้เพื่อให้เกิดเครือข่ายงานศิลปหัตถกรรมไทยขนาดใหญ่ต่อไป รวมทั้งสามารถใช้เป็น Soft Power ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับฐานรากได้

น.ส.ศิรินทร์ทิพย์ ศรีใหม่ ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารภาพลักษณ์และจัดการวัฒนธรรมศิลปหัตถกรรม sacit กล่าวว่า ปีก่อนหน้านี้ sacit ได้ดึงดารา นักแสดง มาเป็น Friend of sacit เช่น เบลลา ราณี แคมเปน,แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์,นายณภัทร เสียงสมบุญ ซึ่งดาราเหล่านี้ ได้ช่วยโปรโมตงานศิลปหัตถกรรม เวลาใช้อะไร ถือกระเป๋าอะไร ใส่เสื้อผ้าอะไร คนก็จะติดตาม และอยากใช้ตาม ที่ผ่านมาถือว่าประสบความสำเร็จ ทำให้กลุ่มคนรุ่นใหม่รู้จักและหันมาใช้งานศิลปหัตถกรรมมากขึ้น และในปี 2566 จะเดินหน้าหา Friend of sacit ต่อ ตั้งเป้าอยากได้ ลลิษา มโนบาล หรือ ลิซ่า blackpink หรือไม่ก็ดนุภา คณาธีรกุล หรือมิลลิ แต่ไม่รู้ว่าจะได้หรือไม่ แต่ขอจีบไว้ก่อน sacit มีงบประมาณไม่มาก เพราะเป็นหน่วยงานราชการ แต่อยากให้มาช่วยงาน

โดยการดึงดาวติ๊กต็อกมาช่วยโปรโมตจะเน้นกลุ่มที่เป็นไมโครอินฟลูเอนเซอร์ ที่ผ่านมาเคยเชิญครูในต่างจังหวัดที่นิยมใส่ผ้าไทย และเป็นดาวติ๊กตอก มาช่วยโปรโมตผ้าไทย ซึ่งประสบความสำเร็จ มีคนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และปี 2566 จะทำต่อ เพราะเป็นช่องทางที่จะเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ และน่าจะเข้าถึงได้ทุกกลุ่มด้วย