ก.อุตฯย้ำข้อพิพาทเหมืองทองอัคราฯ ยึดผลประโยชน์ชาติมาก่อน มั่นใจไม่แพ้คดี

เศรษฐกิจ2 พ.ย. 2564 • 04:08 น.
ก.อุตฯย้ำข้อพิพาทเหมืองทองอัคราฯ ยึดผลประโยชน์ชาติมาก่อน มั่นใจไม่แพ้คดี
นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมและประธานคณะกรรมการดำเนินการระงับข้อพิพาทระหว่างราชอาณาจักรไทยกับบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด เปิดเผยความคืบหน้ากรณีข้อพิพาทระหว่างประเทศไทยกับบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ดประเทศออสเตรเลีย ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัทอัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ผู้ถือประทานบัตรเหมืองแร่ทองคำ จังหวัดพิจิตรและเพชรบูรณ์ ที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะอนุญาโตตุลาการนั้น ล่าสุดปรากฏเป็นข่าวว่า บริษัทคิงส์เกตฯได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความคืบหน้าในการพิจารณาข้อพิพาท และการขอเลื่อนการออกคำชี้ขาดจากกำหนดการเดิม 31 ต.ค.64 ออกไปเป็นวันที่ 31 ม.ค.65 นั้นฝ่ายไทยขอยืนยันว่าขณะนี้ได้มีการเลื่อนการออกคำชี้ขาดออกไปจากกำหนดเดิมจริง พร้อมทั้งคู่พิพาททั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อหาข้อยุติร่วมกัน ทั้งนี้การเจรจาเพื่อหาข้อยุติร่วมกันเป็นกระบวนการปกติที่ดำเนินการคู่ขนานไปกับกระบวนการอนุญาโตตุลาการ ตามคำแนะนำของอนุญาโตตุลาการที่ให้ทั้งสองฝ่ายไปเจรจากันเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทุกฝ่าย ทั้งนี้การที่ทั้งสองฝ่ายเข้าสู่กระบวนการเจรจาเพื่อระงับข้อพิพาท มิได้หมายความว่าฝ่ายไทยเชื่อว่าจะแพ้คดีในชั้นอนุญาโตตุลาการ แต่หากสามารถตกลงยุติข้อพิพาทได้จะเป็นผลดีมากกว่าการให้คณะอนุญาโตตุลาการออกคำชี้ขาด โดยคณะกรรมการฯ ซึ่งมีผู้แทนจากหลายหน่วยงาน อาทิ สำนักงานอัยการสูงสุด กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายและที่ปรึกษากฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญในระดับสากล ในการดำเนินการต่อสู้ในชั้นอนุญาโตตุลาการอย่างรอบคอบ รัดกุม และเป็นเอกภาพ สำหรับแนวทางการเจรจายึดถือประโยชน์สูงสุดของประเทศเป็นหลัก พร้อมทำความเข้าใจกับคู่เจรจาในส่วนที่เข้าใจไม่ตรงกัน ภายใต้กรอบของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงดุลยภาพทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของชุมชนในพื้นที่ รวมทั้งมีความเป็นธรรมต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย