กปภ.ลงทุนบิ๊กโปรเจกต์ สร้างความมั่นคงด้านน้ำประปาพื้นที่ West Bangkok
กว่าจะมาเป็นน้ำประปาที่สะอาด ปลอดภัย ตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลกนั้น ต้องนำน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นน้ำผิวดินหรือน้ำใต้ดินสูบขึ้นมาเข้าสู่ระบบผลิตเป็นน้ำประปาก่อนจะส่งจ่ายไปยังครัวเรือนของประชาชน ซึ่งนอกจากความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำแล้ว ระบบผลิตและส่งจ่ายน้ำที่มีประสิทธิภาพก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะสร้างความเชื่อมั่นว่าจะสามารถให้บริการน้ำประปาแก่ประปาชนได้อย่างเพียงพอและทั่วถึง
ซึ่งการประปาภูมิภาค(กปภ.) รับผิดชอบให้บริการน้ำพื้นที่ภูมิภาค 74 จังหวัดทั่วประเทศ แต่อาจจะไม่ครอบคลุมทั้งหมด เนื่องจากยังมีบางพื้นที่ที่ใช้ระบบประปาหมู่บ้าน ซึ่งให้บริการโดยหน่วยงานในท้องถิ่น
“น้ำประปา เป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่มีผลต่อการดำรงชีวิต และยังเป็นปัจจัยสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ” นายหลักชัย พัฒนเจริญ รองผู้ว่าการ (ปฏิบัติการ 4) กปภ. กล่าว ดังนั้น กปภ.จึงต้องใช้งบประมาณในการลงทุนขยายระบบผลิตและส่งจ่ายน้ำประปา ปรับเปลี่ยนเส้นท่อที่ให้มีคุณภาพดีขึ้นพร้อมทั้งนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ในการวางท่อตลอดจนการดำเนินงานในด้านอื่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
การให้บริการน้ำประปาสามารถให้บริการได้อย่างเพียงพอและมีเสถียรภาพในระยะยาว ซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่ กปภ. ต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นคือพื้นที่ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานคร (West Bangkok) ครอบคลุม 4 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสาคร นครปฐม ราชบุรีและสมุทรสงคราม กปภ.ได้จัดทำแผนงานโครงการก่อสร้างปรับปรุงขยาย กปภ.สาขาสมุทรสาคร-นครปฐม โดยคณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการแล้ว ซึ่งจะเป็นการกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาค ส่งเสริมสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของประชาชนและสามารถบูรณาการการบริหารจัดการระบบประปาแบบเป็นโครงข่ายอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
“โครงการนี้เป็นโครงการขนาดใหญ่และลงทุนระยะยาว ต้องใช้งบลงทุนราว 9,400 ล้านบาท และงบลงทุนอาจจะเพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ ซึ่ง กปภ.ไม่อาจจะหนีงบลงทุนที่สูงขึ้นได้และต้องลงทุนเพื่อรองรับการขยายตัวของชุมชนและเศรษฐกิจ ดังนั้น แม้รายได้อาจจะเพิ่มขึ้นช้ากว่างบลงทุนที่ต้องใช้ กปภ. ต้องควบคุมต้นทุนและลดค่าใช้จ่าย รวมทั้งบริหารจัดการลดน้ำสูญเสีย พยายามจะรัดเข็มขัดเต็มที่ ซึ่งในอนาคตอาจจะมีผู้เข้ามาร่วมลงทุนโดยจัดสรรผลประโยชน์ร่วมกัน”
สำหรับเฟสแรกจะเริ่มในพื้นที่ กปภ.สาขาสมุทรสาคร อ.โพธาราม จ.ราชบุรี โดยดำเนินการก่อสร้างปรับปรุงขยายระบบผลิตน้ำจาก 4,000 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง เป็น 6,000 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง ณ สถานีผลิตน้ำโพธาราม ก่อสร้างอาคารสูบน้ำดิบเพื่อรับน้ำจากแม่น้ำแม่กลอง อาคารโรงกรองน้ำผลิตน้ำประปา ถังน้ำใสขนาด 10,000 ลูกบาศก์เมตร วางท่อส่งและท่อจ่ายน้ำประปาเป็นต้น โดยโครงการนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้โครงการในระยะอื่นเริ่มดำเนินการได้ รวมทั้งเป็นระบบผลิตน้ำคู่ขนานกับระบบเดิมที่มีอยู่ ซึ่งหากระบบผลิตน้ำเดิมต้องซ่อมบำรุงก็จะไม่กระทบต่อการผลิตน้ำประปาให้บริการแก่ประชาชนได้
สำหรับขั้นตอนการวางท่อส่งน้ำดิบ กปภ. ได้นำเทคโนโลยีการวางท่อแบบดันท่อลอดใต้ดินโดยไม่เปิดผิวถนน (Horizontal Directional Drilling หรือ HDD) เข้ามาใช้แทนการขุดวางท่อบริเวณถนนเลียบแม่น้ำแม่กลอง ระยะทางประมาณ 300 เมตร ซึ่งท่อเส้นนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการสูบน้ำดิบส่งต่อไปยังสถานีผลิตน้ำแห่งใหม่ที่กำลังก่อสร้างอยู่ที่สถานีผลิตน้ำโพธาราม
แม้ว่าการวางท่อแบบ HDD มีต้นทุนสูง เพราะต้องใช้เครื่องจักรเจาะลอดใต้ดิน ความลึกประมาณ 3 เมตร เพื่อขยายเป็นอุโมงค์สำหรับวางท่อและต้องใช้สารเคมีเบนโทไนท์หล่อลื่นระหว่างท่อและชั้นดินจนกว่าจะวางท่อแล้วเสร็จ ซึ่งข้อดีของการวางท่อลักษณะนี้ คือ ไม่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชนในพื้นที่ที่ต้องใช้ถนนเลียบแม่น้ำแม่กลองในการสัญจร อีกทั้งยังเป็นการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ป้องกันการทรุดตัวของตลิ่งริมแม่น้ำแม่กลอง โดยท่อที่ใช้วางเป็นท่อ HPDE ขนาดใหญ่ 1,200 มิลลิเมตร ที่มีคุณสมบัติยืดหยุ่น แข็งแรงทนทาน รองรับแรงดันน้ำได้สูงและอายุการใช้งานยาวนาน ซึ่งคุ้มค่าในการลงทุน
นายหลักชัย กล่าวปิดท้ายว่า เฟสแรกจะแล้วเสร็จในปี 2567 สามารถรองรับการให้บริการน้ำประปาได้เพิ่มขึ้นอีก 40,000 ราย จากปัจจุบันรองรับได้ 80,000 ราย ทั้งนี้ หากโครงการนี้แล้วเสร็จตามแผนทั้งหมด จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพระบบผลิต ส่งจ่ายน้ำประปาและสร้างความมั่นคงด้านน้ำประปาให้แก่ประชาชน 4 จังหวัดในพื้นที่ West Bangkok รองรับความต้องการใช้น้ำของลูกค้าปัจจุบันและครอบคลุมการขยายเขตพื้นที่ให้บริการใหม่ได้อย่างเพียงพอในอีก 10 ปีข้างหน้า ตลอดจนส่งผลดีต่อการบริหารจัดการลดน้ำสูญเสียจากระบบผลิตให้เป็นไปตามเป้าหมาย