เอกชนญี่ปุ่น-จีนจัดสัมมนาเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ ดึงเม็ดเงินลงทุนอีอีซี

เศรษฐกิจ2 เม.ย. 2562 • 04:44 น.
เอกชนญี่ปุ่น-จีนจัดสัมมนาเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ ดึงเม็ดเงินลงทุนอีอีซี
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.)หรือ อีอีซี,องค์การส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) และคณะกรรมการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (China Council for the Promotion of International Trade:CCPIT)จัดสัมมนา Japan–China Workshop on Business Cooperation in Thailand ที่โรงแรมดิ แอทธีนี กรุงเทพฯ โดยมีนักธุรกิจญี่ปุ่น-จีนกว่า 260 บริษัท รวมทั้งนักธุรกิจไทยจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เข้าร่วมงาน สำหรับการจัดงานมีวัตถุประสงค์สำคัญ เพื่อจัดสัมมนาให้ข้อมูล และสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างภาคเอกชนญี่ปุ่น-จีน ในการร่วมลงทุนในพื้นที่อีอีซี ซึ่งจะเป็นพื้นที่ตัวอย่างของความร่วมมือการลงทุนของภาคเอกชนญี่ปุ่นและจีนในประเทศที่ 3 ให้เกิดขึ้นจริง โดยมีสาขาธุรกิจที่มีความเป็นไปได้สูง 3 สาขาได้แก่ สาขาการขนส่งและโลจิสติกส์,สาขาพลังงานและสิ่งแวดล้อม และสาขาเมืองอัจฉริยะเช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โครงการเมืองอัจฉริยะ หรือ Smart City การจัดสัมมนาครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือการลงทุนระหว่างญี่ปุ่นและจีนในประเทศที่ 3 ที่เห็นผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน อีกทั้งเป็นเวทีต่อยอดให้ภาคเอกชนญี่ปุ่นและจีน ที่ได้แสดงความสนใจลงทุนในพื้นที่ อีอีซี อย่างต่อเนื่อง โดยจากการจัดเวทีพบปะกันระหว่าง อีอีซี ร่วมกับจีนและญี่ปุ่นมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา เริ่มจากสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศญี่ปุ่น ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอกชนระหว่างจีน-ญี่ปุ่นในประเทศที่ 3 เมื่อวันที่ 9 พ.ค.61 ที่ประเทศญี่ปุ่น และเมื่อวันที่ 31 พ.ค.61 ทั้ง 2 ประเทศได้จัดสัมมนาเรื่องบันทึกความเข้าใจดังกล่าวในประเทศไทย ต่อมาในการจัดสัมมนาความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างประเทศจีนและญี่ปุ่นในประเทศที่ 3 จัดขึ้นที่ตึกรัฐสภาประชาชน กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเดือนต.ค.61 มีผู้นำจากทั้ง 2 ประเทศ นายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญีปุ่น และนายสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีน โดยเชิญประเทศที่ 3 มีเพียงประเทศเดียวคือ ไทยเข้าร่วม ทั้งนี้ได้มีการกล่าวถึงพื้นที่ อีอีซีว่าจะเป็นจุดหมายสำคัญของความร่วมมือทางเศรษฐกิจดังกล่าวเช่น การลงนามระหว่างธนาคาร ICBC ของจีน และธนาคาร Mizuho ของญี่ปุ่นเรื่องความร่วมมือทางการเงินในการสนับสนุนนักลงทุนจีนและญี่ปุ่นในประเทศที่สาม ซึ่งได้ระบุอย่างชัดเจนว่า อีอีซีจะเป็นเป้าหมายสำคัญที่ธนาคารทั้ง 2 แห่งจะร่วมมือกันลงทุนในประเทศที่สาม และจะเชื่อมต่อไปสู่การพัฒนาระดับภูมิภาค นอกจากนั้นนักลงทุนญี่ปุ่นและจีนยังสนใจการลงทุนในสาขาการบินและโลจิสติกส์สาขาหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (Robotics and Smart automation) และสาขาการแพทย์สมัยใหม่ (New Regenerative medicine) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงมีความเป็นไปได้ว่าโครงการเหล่านี้จะเข้าข่ายการร่วมมือลงทุนของ 3 ประเทศในอนาคต