วิเคราะห์แนวโน้มตลาดหุ้นนิวยอร์กก่อนเปิดตลาด 10/08/69

เศรษฐกิจ8 ส.ค. 2569 • 23:38 น.
วิเคราะห์แนวโน้มตลาดหุ้นนิวยอร์กก่อนเปิดตลาด 10/08/69

ตลาดหุ้นนิวยอร์กมีแนวโน้ม เปิดในแดนบวกหรือเคลื่อนไหวในระดับสูง ในวันจันทร์ที่ 10 ส.ค. 2569 หลังดัชนีหลักทั้ง 3 ตลาดปิดบวกแข็งแกร่งเมื่อวันศุกร์ และทำผลงานรายสัปดาห์ดีที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนเม.ย. โดยแรงหนุนสำคัญมาจากข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่อ่อนแอกว่าคาด ซึ่งเพิ่มความหวังว่าเฟดอาจมีพื้นที่ในการ ผ่อนคลายนโยบายการเงินในการประชุมเดือนก.ย.

1. ตลาดแรงงานอ่อนแอ หนุนความหวังลดดอกเบี้ย

ปัจจัยสำคัญที่สุดยังคงเป็นตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ค.ที่ลดลง 23,000 ตำแหน่ง สวนทางกับที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 80,000 ตำแหน่ง ขณะที่ตัวเลขการจ้างงานในเดือนก่อนหน้ายังถูกปรับลดลงอย่างมาก สะท้อนว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ กำลังชะลอตัวลง

ข้อมูลดังกล่าวทำให้นักลงทุนลดความกังวลว่าเฟดจะคงนโยบายการเงินที่เข้มงวดเป็นเวลานาน และเพิ่มความเป็นไปได้ที่เฟดจะพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้น โดยเฉพาะหุ้นเติบโตและหุ้นเทคโนโลยี

2. หุ้นเทคโนโลยียังเป็นพระเอก หลัง Nasdaq พุ่ง 1.30%

Nasdaq ปิดที่ 26,690.62 จุด เพิ่มขึ้น 342.26 จุด หรือ 1.30% และเพิ่มขึ้นถึง 5.19% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนแรงซื้อที่กลับเข้าสู่หุ้นเทคโนโลยีอย่างชัดเจน

หากตลาดยังประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลง หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและบริษัทที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูงมีโอกาสได้รับแรงหนุนต่อเนื่อง เพราะอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงช่วยลดต้นทุนทางการเงินและเพิ่มความน่าสนใจของหุ้นเติบโต

3. S&P500 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

S&P500 ปิดที่ 7,757.64 จุด เพิ่มขึ้น 47.68 จุด หรือ 0.62% และทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง

นอกจากนี้ การที่บริษัทจดทะเบียนจำนวนมากรายงานผลประกอบการแข็งแกร่ง ยังช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับระดับราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาสูง รวมถึงความกังวลเรื่องการลงทุนด้าน AI ที่ต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล

4. ดาวโจนส์ได้แรงหนุนจากเศรษฐกิจและผลประกอบการ

ดาวโจนส์ปิดที่ 54,036.93 จุด เพิ่มขึ้น 151.83 จุด หรือ 0.28% แม้ปรับขึ้นน้อยกว่า Nasdaq แต่ภาพรวมยังเป็นบวก โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าดัชนีเพิ่มขึ้น 2.96% ตลอดสัปดาห์

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนอาจเริ่มระมัดระวังมากขึ้นหลังตลาดปรับตัวขึ้นแรง เนื่องจากระดับดัชนีที่อยู่ใกล้จุดสูงสุดทำให้มีโอกาสเกิดแรงขายทำกำไรระยะสั้น

5. ตลาดเข้าสู่ภาวะ “ข่าวดีต่อหุ้น” แต่ต้องระวังเศรษฐกิจชะลอเกินไป

ข้อมูลการจ้างงานที่อ่อนแอถือเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดในมุมมองเรื่องดอกเบี้ย แต่ในอีกด้านหนึ่ง หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวรุนแรงเกินคาด อาจกลายเป็นปัจจัยลบต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน

ดังนั้น นักลงทุนจะจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ หลังจากนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินว่าเศรษฐกิจกำลังเข้าสู่ภาวะ “ชะลอตัวอย่างมีเสถียรภาพ” หรือกำลังเข้าสู่ภาวะชะลอตัวที่รุนแรงกว่าคาด

สรุปแนวโน้มก่อนเปิดตลาด 10 ส.ค. 2569

มุมมองระยะสั้น: “บวก แต่มีโอกาสผันผวน”

แรงส่งจากตัวเลขการจ้างงานที่อ่อนแอ ความหวังต่อการลดดอกเบี้ยของเฟด และผลประกอบการบริษัทที่แข็งแกร่ง น่าจะช่วยให้ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังคงมีบรรยากาศเชิงบวกในช่วงเปิดตลาดวันที่ 10 ส.ค.

อย่างไรก็ตาม หลังจาก Dow Jones +2.96%, S&P500 +3.58% และ Nasdaq +5.19% ในสัปดาห์เดียว ตลาดมีโอกาสเผชิญแรงขายทำกำไร โดยเฉพาะหุ้นที่ปรับขึ้นแรงก่อนหน้านี้

ปัจจัยที่ต้องจับตา: ทิศทางคาดการณ์ดอกเบี้ยเฟดเดือนก.ย. → บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ → หุ้นเทคโนโลยีและ AI → ผลประกอบการบริษัท → ความกังวลว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะชะลอตัวมากเกินไป

บทสรุป: หากไม่มีปัจจัยลบใหม่เข้ามากดดัน ตลาดมีโอกาส เปิดบวกและรักษาโมเมนตัมขาขึ้นต่อ แต่การปรับขึ้นแรงในสัปดาห์ก่อนทำให้ต้องระวังแรงขายทำกำไรและความผันผวนระหว่างวัน โดยเฉพาะบริเวณระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของ S&P500.