วิเคราะห์ตลาดน้ำมันนิวยอร์ก ก่อนเปิดทำการ 06/07/69

เศรษฐกิจ5 ก.ค. 2569 • 06:55 น.
วิเคราะห์ตลาดน้ำมันนิวยอร์ก ก่อนเปิดทำการ 06/07/69

ตลาดน้ำมันนิวยอร์กมีแนวโน้ม เปิดการซื้อขายสัปดาห์ใหม่ในกรอบ "แกว่งตัวผันผวนถึงมีโอกาสรีบาวด์เล็กน้อย" หลังจากราคาน้ำมันดิบสามารถพลิกกลับมาปิดบวกในการซื้อขายครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม แม้ระหว่างวันจะร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบหลายสัปดาห์ โดยแรงหนุนหลักมาจากการเข้าซื้อคืนเพื่อปิดสถานะขายชอร์ต (Short Covering) ก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดวันชาติสหรัฐฯ

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนสิงหาคม ปิดที่ 68.69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.16% ส่วน Brent ส่งมอบเดือนกันยายน ปิดที่ 71.80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.32%

แม้การฟื้นตัวดังกล่าวจะช่วยสร้างบรรยากาศเชิงบวกในระยะสั้น แต่ภาพรวมทั้งสัปดาห์ยังคงสะท้อนแรงกดดัน โดย WTI ลดลง 0.78% และ Brent ลดลง 0.60% แสดงให้เห็นว่านักลงทุนยังไม่มั่นใจต่อแนวโน้มอุปสงค์น้ำมันโลกในช่วงครึ่งปีหลัง

ปัจจัยสำคัญที่ตลาดจับตาในวันจันทร์

1. การเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านยังเป็นตัวแปรหลัก

ประเด็นสำคัญที่สุดของตลาดยังคงอยู่ที่การเจรจาทางการทูตระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน

แม้ว่าผู้ไกล่เกลี่ยจากกาตาร์และปากีสถานจะระบุว่าการหารือล่าสุดมีความคืบหน้าในเชิงบวก แต่การเจรจารอบใหม่จะเกิดขึ้นหลังวันที่ 9 กรกฎาคม ทำให้ตลาดยังคงอยู่ในภาวะ "รอความชัดเจน"

หากการเจรจาประสบความสำเร็จ มีโอกาสที่อิหร่านจะสามารถส่งออกน้ำมันได้มากขึ้นในอนาคต ซึ่งจะเพิ่มอุปทานเข้าสู่ตลาดโลกและอาจกดดันราคาน้ำมัน

แต่หากการเจรจาล้มเหลว หรือสถานการณ์ตึงเครียดกลับมารุนแรง ราคาน้ำมันมีโอกาสดีดตัวแรงจากความกังวลด้านอุปทาน

2. ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่หมดไป

แม้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะเริ่มคลี่คลายเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า แต่เหตุโจมตีเรือพาณิชย์และการตอบโต้ทางทหารระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในช่วงที่ผ่านมา ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่นักลงทุนติดตามอย่างใกล้ชิด

หากเกิดเหตุการณ์ที่กระทบต่อการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ราคาน้ำมันสามารถปรับตัวขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

ดังนั้น ตลาดยังคงให้น้ำหนักกับข่าวด้านภูมิรัฐศาสตร์มากกว่าปัจจัยพื้นฐานในระยะสั้น

3. จับตาการประชุมโอเปกพลัส

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการประชุมของกลุ่มโอเปกพลัส ซึ่งนักลงทุนกำลังประเมินว่าจะยังคงเดินหน้าปรับเพิ่มกำลังการผลิตตามแผนเดิมหรือไม่

หากมีสัญญาณเพิ่มกำลังผลิตมากกว่าที่ตลาดคาด อาจเป็นแรงกดดันต่อราคาน้ำมัน

แต่หากกลุ่มผู้ผลิตยังคงควบคุมอุปทานอย่างเข้มงวด จะเป็นปัจจัยช่วยพยุงราคาในระยะกลาง

4. เงินดอลลาร์และเศรษฐกิจสหรัฐฯ

หลังตลาดกลับมาเปิดทำการ นักลงทุนจะติดตามทิศทางค่าเงินดอลลาร์และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด

หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่ง จะช่วยสนับสนุนแนวโน้มการใช้น้ำมัน

ในทางกลับกัน หากตัวเลขเศรษฐกิจชะลอตัว จะเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับอุปสงค์น้ำมันทั่วโลก

มุมมองทางเทคนิค

ในเชิงเทคนิค ราคา WTI ยังสามารถยืนเหนือระดับ 68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ได้ ถือเป็นสัญญาณว่ามีแรงซื้อรองรับในระดับดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม บริเวณ 69.50-70.00 ดอลลาร์ ยังคงเป็นแนวต้านสำคัญ หากไม่สามารถผ่านได้ ตลาดอาจกลับมาแกว่งตัวลงอีกครั้ง

กรอบการเคลื่อนไหวที่คาดในวันจันทร์

WTI: 68.20-69.80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

Brent: 71.20-72.80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ภาพรวมตลาดน้ำมันก่อนเปิดซื้อขายวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม 2569 มีแนวโน้ม "แกว่งตัวในลักษณะระมัดระวัง พร้อมโอกาสรีบาวด์" หลังแรงซื้อคืนช่วยประคองราคาในช่วงก่อนวันหยุดของสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังไม่กล้าเปิดสถานะซื้อขนาดใหญ่ เนื่องจากต้องรอความชัดเจนของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน รวมถึงท่าทีของกลุ่มโอเปกพลัส และสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางราคาน้ำมันโลกในสัปดาห์นี้