สหพันธ์ขนส่งฯ เปลี่ยนแผน "คาร์ม็อบรถบรรทุก" หน้าก.พลังงาน พรุ่งนี้ (8 ก.พ.) แย้มไม่ขวางขึ้นค่าขนส่ง เป็นไปตามตลาดเสรี
วันที่ 7 ก.พ.2565 สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย แจ้งด่วนงดทำกิจกรรม "วิ่งพล่านทั่วกรุง รวมทัพรถใช้น้ำมันแพง" ไล่รัฐมนตรีพลังงาน ที่เดิมจะจัดในเวลา 15.30 น. วันนี้ เนื่องจากเกรงว่าจะผิดกฎหมาย ทั้งการนำรถบรรทุกวิ่งในเมือง และความผิดเกี่ยวกับการใช้เครื่องเสียง จึงขอยกเลิกการจัดกิจกรรมในวันนี้ทั้งหมด แต่กิจกรรมในวันพรุ่งนี้ (8 ก.พ. 2565) รวมพลังของคนรถบรรทุกครั้งสุดท้าย หรือ ทรัคทาวเวอร์ไฟนอลซีซั่น (Truck Power Final Season) ยังคงจัดเหมือนเดิม
ทั้งนี้วันที่ 8 ก.พ.จะระดม "รถใช้น้ำมันแพง" ทั้งรถสิบล้อ และรถกระบะ 1,000 คัน ปิดล้อมกระทรวงพลังงาน เพื่อแสดงพลังให้รัฐบาลเห็นถึงความเดือดร้อนของรถบรรทุก และขับไล่ นายสุพัฒนพงษ์ พันธุ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากก่อนหน้านี้ ได้ส่งข้อมูลความเดือดร้อนให้กับรัฐบาลแล้ว แต่สุดท้ายรัฐบาลไม่ได้มีมาตรการช่วยเหลือ หรือชดเชยใดๆ ออกมา ส่งผลให้รถขนส่ง ต้องแบกรับภาวะขาดทุนมาเกือบ 1 ปี และทนต่อไปไม่ไหวแล้ว ซึ่งหากยังไร้ผลอีก ก็จำเป็นต้องปรับขึ้นค่าขนส่งอย่างน้อย 10% ซึ่งจะส่งผลต่อราคาสินค้าอย่างแน่นอน
ด้านนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน กล่าวว่า การที่สหพันธ์การขนส่งฯ ประกาศชุมนุมหน้ากระทรวงพลังงาน เรียกร้องให้รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันดีเซลและขับไล่ตนเองออกจากตำแหน่ง นั้น ที่ผ่านมาก็รับข้อเสนอและสามารถให้ข้อมูลได้มากที่สุด ขณะนี้กำลังดูมาตรการเดิมที่มีไปถึงวันที่ 31 มี.ค. และหากได้ข้อเรียกร้องต่างๆ มา ก็จะดูว่าสามารถนำไปปรับปรุงอย่างไรและทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน
ส่วนจะสามารถตรึงราคาน้ำมันดีเซล 25 บาทได้หรือไม่ นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่าที่ผ่านมาตรึงไว้ที่ 30 บาท ส่วน 25 บาท คงต้องดูกันว่าตัวเลขนี้มาได้อย่างไร และจะได้ประโยชน์อย่างไร และการตั้งข้อสังเกตการลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินไอพ่น แต่ไม่ลดให้รถบรรทุกเป็นการเอื้อนายทุนหรือไม่นั้น มาตรการที่ว่าเป็นมาตรการชั่วคราว สิ่งที่สหพันธ์รถบรรทุกฯขอไม่ใช่มาตรการเฉพาะ วันนี้รัฐช่วยลิตรละ 5 บาทอยู่แล้ว เท่ากับภาษีสรรพสามิต ส่วนจะพิจารณาช่วยเหลือเพิ่มเติมต่อไปหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลก ซึ่งต้องยอมรับว่าช่วงนี้ราคาน้ำมันขึ้นมาเร็วมาก เพียง1เดือนขึ้นมา 5 บาทกว่า ถือเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแบบปัจจุบันทันด่วน รัฐบาลก็ทำอย่างเต็มที่ภายใต้กรอบและจำนวนเงินที่มีอยู่
"การเรียกร้องขับไล่รัฐมนตรีตนเองมองเป็นเรื่องธรรมดา ทุกคนก็มีความขุ่นเคืองในยามนี้ เพราะไม่ใช่สถานการณ์ปกติ เป็นสถานการณ์ที่เรากำลังอยู่ในวิกฤตระดับโลก ทั้งเรื่องควบคุมโควิด และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ คิดว่าไม่ใช่เป็นเรื่องของการเมือง"
สำหรับการที่สหพันธ์ขนส่งฯจะขึ้นราคาค่าขนส่ง 20% หากไม่ได้รับการช่วยเหลือ นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า อยู่ที่ข้อตกลงการขนส่ง ระหว่างผู้ให้และผู้รับบริการ และขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่าจะขึ้นได้มากแค่ไหนตามกลไกตลาดเสรี จะไปบังคับทุกเรื่องไม่ได้ และต้องถามว่าผู้รับบริการจะยอมให้ขึ้นหรือไม่ ซึ่งก็ต้องพูดคุยกัน