"ดร.สามารถ" ตั้งคำถามแรง! รถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน ผ่าน 4 รัฐบาล ยังอยู่บนกระดาษ ต้องรออีกกี่รัฐบาล?

เศรษฐกิจ14 ม.ค. 2569 • 08:38 น.
"ดร.สามารถ" ตั้งคำถามแรง! รถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน ผ่าน 4 รัฐบาล ยังอยู่บนกระดาษ ต้องรออีกกี่รัฐบาล?

วันที่ 14 ม.ค.69 ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ อดีต สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ - Dr.Samart Ratchapolsitte ระบุว่า...

กี่รัฐบาลแล้ว?

รถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน

ยังอยู่บนกระดาษ

24 ตุลาคม 2562 คือวันที่มีการลงนามสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา

ถึงวันนี้ ผ่านมากว่า 6 ปีเต็ม แต่สิ่งที่ประชาชนเห็น ยังไม่ใช่การก่อสร้าง หากเป็นเพียงข่าวว่า “จะแก้หรือไม่แก้สัญญา” วนซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ตลอดเวลากว่า 6 ปี ประเทศไทยผ่านรัฐบาลมาแล้ว 4 รัฐบาล ประกอบด้วย รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร และรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล

คำถามคือต้องรออีกกี่รัฐบาล โครงการนี้จึงจะเริ่มก่อสร้างเสียที?

รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ไม่ใช่แค่ “โครงการคมนาคม” แต่คือ… หัวใจของระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของ EEC หากโครงการนี้ไม่เกิด EEC ก็ยากจะเดินไปถึงเป้าหมายที่วางไว้

และประโยชน์ของโครงการนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในพื้นที่ EEC เท่านั้น แต่ครอบคลุมประชาชนตลอดแนวเส้นทางตั้งแต่ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา รวมถึงการเชื่อมโยงกับโครงข่ายรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-นครราชสีมา-หนองคาย-เวียงจันทน์ เพราะรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน สามารถต่อเชื่อมกับรถไฟลาว-จีน เปิดประตูสู่การเดินทางและการค้าระดับภูมิภาค ไทย-ลาว-จีน อย่างเป็นรูปธรรม

หากวันนั้นมาถึงจริง การเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงระหว่างไทย-จีน จะไม่ใช่แค่ภาพในแผนพัฒนา แต่คือรายได้ โอกาส และการเติบโตของเมืองที่รถไฟตัดผ่าน ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นเมืองเศรษฐกิจระดับนานาชาติได้

คนไทยที่เฝ้ารอโครงการนี้ ส่วนใหญ่ไม่ได้สนใจว่าจะแก้สัญญาหรือไม่ แต่สนใจเพียงคำถามเดียวว่า “จะได้ขึ้นรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน… เมื่อไหร่?”

หลังการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 รัฐบาลชุดใหม่จะทำให้ความฝันของคนไทยเป็นจริงได้หรือไม่?

ถามตรงๆ ครับ ถ้าโครงการนี้ยังไม่เริ่มก่อสร้างในรัฐบาลหน้า ความรับผิดชอบควรอยู่ที่ใคร?

รัฐบาล?

เอกชน?

หรือสุดท้าย... ประชาชนที่ต้อง “ทำใจ” อีกครั้ง?

แท็กที่เกี่ยวข้อง