"ศุภจี" อัดฉีดไร่ละพันบาท คลอด 4 มาตรการอุ้มชาวนา

เศรษฐกิจ2 ต.ค. 2568 • 16:35 น.
"ศุภจี" อัดฉีดไร่ละพันบาท คลอด 4 มาตรการอุ้มชาวนา

วันที่ 2 ตุลาคม 2568 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงการแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำว่า ปริมาณผลผลิตข้าวโลกในปีการผลิต 2568/69 มีผลผลิตข้าวรวม 541 ล้านตัน ใกล้เคียงกับความต้องการบริโภคที่ 542 ล้านตัน แต่ยังมีสต๊อกคงเหลือกว่า 187 ล้านตัน ขณะเดียวกันอินเดียเร่งระบายข้าวค้างสต๊อกกว่า 20 ล้านตันออกสู่ตลาดโลกในราคาต่ำ และประเทศผู้นำเข้าหลักอย่างอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ก็จำกัดการนำเข้า ส่งผลให้เกิดภาวะอุปสงค์อุปทานไม่สมดุล ราคาข้าวในตลาดโลกถูกกดดันและส่งผลกระทบโดยตรงต่อการส่งออกของไทย

สำหรับปีนี้ไทยจะมีผลผลิตข้าวรวม 21.8 ล้านตัน และเมื่อรวมกับสต๊อกต้นปี 3.5 ล้านตัน จะมีข้าวทั้งหมด 25.3 ล้านตัน ในจำนวนนี้เป็นข้าวหอมมะลิ 6.8 ล้านตัน ซึ่งยังคงเป็นจุดแข็งที่ตลาดทั้งในและต่างประเทศมีความต้องการสูง

ส่วนการบริโภคภายในประเทศอยู่ที่ 7.4 ล้านตัน การส่งออก (ไม่รวมข้าวหอมมะลิ) ประมาณ 5.9 ล้านตัน และต้องสำรองเพื่อความมั่นคงและเก็บเป็นเมล็ดพันธุ์ราว 3.4 ล้านตัน ทำให้เหลือข้าวส่วนเกินประมาณ 1.8 ล้านตัน ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญในการบริหารจัดการต่อไป

นางศุภจี กล่าวว่า ทั้งนี้รัฐบาลได้เตรียมแนวทางรับมือทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยระยะยาวจะให้ความสำคัญกับการปรับปรุงพันธุ์ข้าว การเพิ่มผลผลิตต่อไร่ การลดต้นทุนการผลิต และการปลูกข้าวให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก รวมถึงการส่งเสริมการปลูกพืชเสริมที่มีมูลค่าสูง เช่น อะโวคาโดในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรจากการปลูกแซมในสวนลำไยประมาณ 60,000–80,000 บาทต่อไร่ต่อปี

ส่วนมาตรการเร่งด่วนในช่วง 4 เดือน รัฐบาลได้เตรียมรองรับผลผลิตรวม 8.5 ล้านตัน ผ่าน 4 มาตรการหลัก ได้แก่ 1.สินเชื่อชะลอการขาย 3 ล้านตัน เพื่อดูดซับผลผลิตไม่ให้เข้าสู่ตลาดเร็วเกินไป ,2. สินเชื่อสนับสนุนสถาบันเกษตรกรในการรวบรวมและแปรรูป 1.5 ล้านตัน ,3. เพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการค้าข้าวเพื่อเก็บสต๊อก 4 ล้านตัน และ4. มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรไร่ละ 1,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 10 ไร่ พร้อมมาตรการลดต้นทุนการผลิต เช่น ลดราคาปุ๋ยและสารเคมีการเกษตรผ่าน “ธงเขียว” ทั่วประเทศ

นางศุภจี กล่าวต่อว่า ด้านการส่งออก รัฐบาลเร่งเจรจาผลักดันการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (G2G) โดยเฉพาะกับจีน ภายใต้ MOU เดิม 280,000 ตัน และเสนอขยายเป็น 500,000 ตันในโอกาสครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน พร้อมทั้งเร่งจัดทำ MOU ใหม่กับสิงคโปร์ รวมทั้งการรักษาตลาดเดิมกับญี่ปุ่นไม่น้อยกว่าปีละ 300,000 ตัน และขยายตลาดใหม่อย่าง ซาอุดีอาระเบีย รวมถึงการผลักดันข้าวอินทรีย์ในยุโรปและข้าวหอมมะลิในสหรัฐอเมริกา