อสส.ประสานทางการสหรัฐฯ ส่งผู้ร้ายข้ามเเดน อดีตผู้บริหาร บริษัทมือถือฉ้อโกงบริษัทเสียหายกว่า 102 ล้านบาท
อสส.ประสานทางการสหรัฐฯ ส่งผู้ร้ายข้ามเเดน อดีตผู้บริหาร บริษัทมือถือฉ้อโกงบริษัทเสียหายกว่า 102 ล้านบาท กลับมาดำเนินคดีในไทย พฤติการลักลอบนำโทรศัพท์ไปขายต่อคนนอก 36 ครั้ง
เมื่อวันที่ 18 ต.ค.2567 นายจุมพล พันธุ์สัมฤทธิ์ รองอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า พนักงานอัยการสำนักงานต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด ในฐานะผู้แทนของผู้ประสานงานกลางไทย ตาม พรบ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551 และผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางไปรับตัวนางสาวสุมณทินี (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง และเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น มูลค่าความเสียหายกว่า 102 ล้านบาท ซึ่งได้หลบหนีไปยังสหรัฐอเมริกากลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา
คดีดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างเดือน ก.พ. 2557 -ม.ค.2558 นางสาวสุมณทินี ผู้ต้องหาสัญชาติไทย ซึ่งเป็นพนักงานระดับบริหารของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ได้ร่วมกับพวกอีก 2 คน กระทำการฉ้อโกงบริษัท ลักลอบนำสินค้าโทรศัพท์มือถือของบริษัทไปขายต่อให้กับบุคคลภายนอก รวม 36 ครั้ง โดยแอบอ้างว่ามีการสั่งซื้อสินค้าจากลูกค้าแต่ไม่ได้มีการสั่งซื้อจริง และผู้ต้องหาได้สั่งให้มีการทำเอกสารใบส่งสินค้า (invoice) ในการซื้อขายสินค้าเพื่อให้สมจริง แต่ผู้ต้องหาได้เอาเอกสารดังกล่าวไปเสียเอง ทำให้บริษัทได้รับความเสียหายเป็นสินค้าโทรศัพท์มือถือจำนวนหลายร้อยเครื่อง คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 102 ล้านบาทเศษ ซึ่งการกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง และเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ต่อมาทางบริษัทได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน มีการจับกุมผู้ร่วมกระทำผิด 2 คนมาดำเนินคดี
โดยพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องผู้ร่วมกระทำความผิดที่ถูกจับกุมตัวต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ส่วนผู้ต้องหาได้หลบหนีไปต่างประเทศ ต่อมาทางการไทยทราบว่า ผู้ต้องหาหลบหนีไปอยู่อาศัยที่เมืองลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา สำนักงานอัยการสูงสุดหน่วยงานของผู้ประสานงานกลางจึงจัดทำคำร้องขอไปยังทางการสหรัฐอเมริกาให้ส่งตัวผู้ต้องหาเป็นผู้ร้ายข้ามแดน และได้มีการประสานงานตลอดจนให้ข้อมูลในการต่อสู้คดีทั้งในศาลชั้นต้นและในชั้นอุทธรณ์แก่พนักงานอัยการของสหรัฐอเมริกามาโดยตลอด
จนกระทั่งศาลสหรัฐอเมริกาได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ส่งตัวผู้ต้องหาเป็นผู้ร้ายข้ามแดนให้แก่ไทย นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ อัยการสูงสุด ในฐานะผู้ประสานงานกลางไทย จึงมอบหมายให้นายภูษิต ตรีวนิชพงศ์ อัยการพิเศษฝ่ายกิจการต่างประเทศ 1 เป็นผู้แทน เดินทางพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติไปรับตัวผู้ต้องหากลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยในที่สุด
ทางสำนักงานอัยการสูงสุด ขอขอบคุณพนักงานอัยการเขตเนวาด้าและเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมแห่งสหรัฐอเมริกา และกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ได้มีส่วนร่วมในการอำนวยความยุติธรรรมเป็นผลให้การส่งผู้ร้ายข้ามแดนสำเร็จลุล่วงลงได้ด้วยดี