บิ๊กโจ๊ก​ยันรู้จักทั้งทนายตั้ม-"ชูวิทย์" ปะทะผ่านสื่อโซเชียล​ ไม่ขอยุ่งเกี่ยว แจงไม่เคยสั่งให้ไปดูแลใครส่วนตัว

อาชญากรรม25 เม.ย. 2566 • 07:50 น.
บิ๊กโจ๊ก​ยันรู้จักทั้งทนายตั้ม-"ชูวิทย์" ปะทะผ่านสื่อโซเชียล​ ไม่ขอยุ่งเกี่ยว แจงไม่เคยสั่งให้ไปดูแลใครส่วนตัว

 

วันที่ 26 เม.ย. 2566ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ตนรู้จักกับบุคคลทั้งสองท่านดี ทั้งทนายตั้ม และนายชูวิทย์ เคยไปทานข้าวด้วยกัน แต่เมื่อทั้งสองคนมีปัญหากัน ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใดอาจจะถูกสะเก็ดกระเด็นใส่บ้าง ถามว่าสนิทไหมก็ย้อนว่าสนิททุกท่านนะครับ​ แต่ยอมรับว่าตั้มเป็นคนชอบโพสต์ภาพเรานี้จึงออกไปปรากฏสู่สาธารณะ ขอเรียนว่าการรู้จักกันไม่ใช่ว่าตนจะให้ตั้มไปกระทำผิดกฎหมายส่วนตำรวจท่องเที่ยว​ ตนไม่เคยสั่งให้ไปดูแลใครส่วนตัวตนเป็นคนเข้มงวดเรื่องวินัย​ ตนจะไม่สั่งลูกน้องให้ทำแบบนี้อยู่แล้ว

 

ส่วนกรณีที่ตำรวจท่องเที่ยวไปรับใครก็ตามที่เป็นผู้บังคับบัญชาต้องตรวจสอบให้ได้ว่าพฤติกรรมแบบนี้ใครสั่ง​  มันหาไม่ยากหรอกครับว่าใครสั่งแล้วไปรับได้อย่างไรมันเสียหายภาพลักษณ์ตำรวจ ส่วนตัวแล้วเป็นตำรวจรู้จักทุกคน ไม่ใช่ว่ารู้จักตนแล้วจะทำผิดกฎหมายได้ไม่ใช่ว่ากินข้าวกับตนแล้วจะไปยิงคนอื่นเขาได้ถ้ากินข้าวด้วยกันแล้วละเมิดกฎหมาย

ตนก็ต้องจับ​ ห้ามโกรธกัน​ สิ่งที่ตั้มรู้จักตนยังไม่มีอะไรที่เป็นความผิดถ้าเป็นความผิด​ ตนก็ต้องดำเนินคดีกับตั้มเหมือนกันทุกอย่าง​ ต้องมาตรฐานเดียวกันหมด​ วันนี้มีภาพที่ไปปรากฏต่างๆยืนยันว่าเป็นภาพจริง​ เขาเป็นทนายเราก็มีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับเพื่อนทนายหลายๆคนในการปรึกษาหารือเรื่องคดีเพราะตนก็ทำงานเรื่องสืบสวนสอบสวนแต่ตั้มชอบโพสต์มันก็เป็นประเด็นแบบนี้ ยืนยันว่าตนเองไม่ได้กระทบอะไร ส่วนตั้มเองเขาก็มีคดีความของเขาอยู่เขาก็ไปต่อสู้เอาเอง​ มันไม่มีใครไปแทรกแซงได้ 

 

"ขนาดตำรวจด้วยกันผมยังจับเลยฉะนั้นถ้าตั้มผิดมาผมก็จับคือทำให้ง่ายไม่ใช่ว่ากินข้าวกับผมแล้วไปทำผิดกฎหมายยืนยันว่าเราเป็นตำรวจต้องรู้จักพื้นเพคนทุกสังคม ผมไม่เคยรับสิ่งของจากตั้มมีแต่ผมจะมอบให้ตั้มมากกว่าภาพที่ปรากฏเห็นคือเป็นภาพวันเกิดภรรยาตั้มมาแสดงความยินดี เขาไม่เคยซื้ออะไรให้ผมไม่ว่าจะเป็นเสื้อหรือเนคไท ส่วนทั้งสองมีปัญหากันผมก็ไม่ได้ปรามอะไร   จะพูดอะไรก็ได้แต่ต้องอยู่บนความเป็นจริงส่วนตั้มทำอะไรลงไปผลลัพธ์ก็เกิดกับตัวเขาเอง วันนี้สื่อก็เห็นแล้วว่าสิ่งที่เขาทำลงไปจะเห็นว่ามีทั้งจริงบ้างและไม่จริงบ้างสุดท้ายผลลัพธ์ก็ตกอยู่กับตัวเองวันนี้ในส่วนของโลกโซเชียลมีเดียใครทำจริงไม่จริงไม่ต้องรอให้ใครมารายงานสังคมตรวจสอบเอง อันไหนคือพวกก็คือพวกไม่ใช่ว่าวันนี้เขาแย่เราก็ไปทิ้งเขาแต่เราไม่ช่วยสนับสนุนเขาในสิ่งที่เขาทำไม่ถูกต้องแต่ยอมรับว่าเพื่อนก็คือเพื่อนพวกเขาคือพวกที่ผ่านมาผมก็เตือนตั้มไปเยอะแล้วการเป็นทนายเพื่อประชาชนไม่ใช่เป็นทนายที่หิวแสงต้องทำให้ประชาชนเห็นจริงแต่เขาไม่ฟังผมว่าเขาไม่ใช่ญาติผมแต่เราก็เตือนในฐานะเป็นน้องผมไม่สนิทกับเขาถึงขนาดไปบอกให้เขาทำอะไรได้อยู่ๆจะให้เราไปตัดเลยมันไม่ได้วันนี้เขาตกอับเราไปทิ้งเขามันก็ไม่ใช่คนที่คบได้ ผมก็ขอขอบคุณพี่ชูวิทย์ว่าผมก็รู้ว่าผมอยู่แค่ไหนใครอีกหลายคนผมก็กินข้าวด้วยกันแบบนี้แต่เขาไม่ได้โพสต์แต่นี่ตั้มชอบโพสต์วันนี้สิ่งที่เขาเจอคือบทเรียนมันไม่มีใครสอนเขาแต่นี่คือบทเรียนที่สอนเขาส่วนผมอาจจะโดนกระทบกระทั่งบ้างก็ไม่เป็นไรวันนี้คนสองคนทะเลาะกันสะเก็ดก็มาถูกผมบ้างมันก็ไม่เป็นไรผมถือว่าคนสองคนทะเลาะกันผมก็ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวผมไม่โกรธใครแต่ถ้าเป็นเรื่องจริงวันนี้ท่านผบ.ตร.คงตั้งกรรมการสอบผมแล้วยืนยันไปตรวจสอบได้เลยกี่ร้อยรอบว่าผมไม่เคยสั่งเมื่อวานผมโทรไปคุยกับคุณสุวิทย์ที่เห็นท่านโพสต์มาผมก็เลยไปอธิบายท่านฟังว่าเป็นแบบนี้ส่วนวันนี้ทั้งสองคนทะเลาะกันผมก็ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวและไม่เป็นเกาใจให้ใครบอกง่ายๆว่าวันนี้ใครทะเลาะกับใครผมไม่ยุ่งผมต้องดูในส่วนของวันนี้ว่าตั้มทำผิดอะไรหรือเปล่าถ้าทำผิดก็ต้องว่ากันไป  ส่วนที่ว่า ลูกน้องของตนไปคอยดูแลทนายตั้มยืนยันว่า ไม่มีการส่งใครไปดูแลอย่างแน่นอน ส่วนตัวพบว่าบุคคลที่มีความสนิทสนมกับตนทำผิดกฎหมาย ตนก็ต้องขออนุญาตจับกุมดำเนินคดี ไม่มีข้อยกเว้นแน่นอน" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าว