กันจอมพลัง พาแม่และน้อง 8 เดือนไปก.ต่างประเทศ ขอขยายเวลาอยู่ในไทยรักษาตัวและขออำนวยความสะดวกในเรื่องเอกสารและหมายจับ
วันนี้(29เม.ย.2567)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกัน จอมพลัง ได้เดินทางมาที่กระทรวงต่างประเทศเพื่อขอความช่วยเหลือทางคดี โดยได้ประสานไปยัง นายจักรพงษ์ แสงมณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อขยายเวลาให้ผู้เสียหายอยู่ในประเทศไทยและเพื่อรักษาตัว รวมถึงขอความอนุเคราะห์ในการอำนวยความสะดวก ในเรื่องของเอกสารและหมายจับซึ่งตอนนี้เองได้มีการประสานไปยังโรงบาลหนึ่งในการรักษาสองแม่ลูกนี้เป็นที่เรียบร้อยแต่จะสามารถรักษาได้แค่บางส่วนเท่านั้น
ส่วนในช่วงบ่ายสามโมงเย็นวันนี้จะเดินสถานทูตเมียนมาเพื่อเร่งให้ตำรวจในพื้นที่เร่งดำเนินการออกหมายจับ จากนั้นจะส่งเรื่องมายังตม. โดยเรื่องนี้มีการบูรณาการกันในหลายหน่วยงาน / แต่ยอมรับว่าในเรื่องนี้ขั้นตอนในการดำเนินการในเรื่องของกฎหมายนั้นเยอะและยาก แต่ส่วนตัวก็เชื่อว่ายังมีความหวัง ซึ่งถ้าหากเรื่องไปถึงตม.เมื่อไหร่ทางพล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย. ผบช.สตม. เองก็รับปากว่าจะช่วยเรื่องนี้อย่างเต็มที่
ส่วนด้านผู้เสียหายนางสาวเกตี ชาวเมียนมาร์ อายุ 27 ปี เล่าว่าวันที่ 19 ตุลาคม 2566 เวลา 18.00 น. ขณะกำลังอาบน้ำให้ลูกสาวน้องกอหญ้าซึ่งในขณะนั้น อายุ 2 เดือน โดยเหตุเกิดในเมืองพญาตองชู(บริเวณเจดีย์บริเวณด่านเจดีย์สามองค์ฝั่ง เมียนมาร์) ในส่วนของสามีนอนอยู่ในห้องนอน โดยมีนางซอน 35 ปี ซึ่งเป็น ภรรยาเก่าของสามี เดินมาจากบริเวณด้านบ้านหลังจากนั้นก็นำน้ำกรดมาราดใส่บริเวณศรีษะของตน เมื่อทางนางซอนเห็นว่าตนอุ้มลูกอยู่ก็นำน้ำกดนั้นมาสาดใส่น้องกอหญ้าวัย 2 เดือน
ขณะเดียวกันตนได้บอกกับสามีขอเลิกลา เนื่องจากส่วนพฤติกรรมที่สามีเจ้าชู้ไม่ไหว โดยทางสามีเองก็พยายามจะง้อโดยการเข้ามากอด แต่ต้นได้ผักออกเนื่องจากขยะแขยง ซึ่งตนเตรียมการว่าจะหนีออกจากบ้านหลังดังกล่าวตอน 4 ทุ่ม แต่มาเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นก่อน ซึ่งตนก็ไม่มั่นใจว่า สามีมีส่วนรู้เห็นหรือเป็นคนชี้เป้าให้ภรรยาเก่ามาก่อเหตุหรือไม่
ให้ตอนนี้ความหวังที่ตนหวังอยู่ก็คือต้องการให้ผู้ก่อเหตุได้รับโทษกามกฎหมาย และอยากได้รับการรักษาโดยเธอหวังว่าแขนของเธอจะกลับมาใช้ได้อีกครั้ง เพื่อที่จะใช้แขนข้างนี้ในการดูแลลูกน้อย และในช่วงท้ายนางเกติได้พูดเปิดใจพร้อมน้ำตาว่าตนจะไม่ทิ้งลูกเหมือนที่สามีของตนเคยทิ้งลูกไป / ทำไมต้องและยังได้ฝากไปถึงผู้ที่ก่อเหตุว่าทำไมไม่ทำตนเพียงคนเดียวทำไมถึงต้องทำร้ายลูกของตนด้วย เพราะเด็กไม่ได้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ด้วย