“สายน้ำ” สวมชุดหมีพูห์ เข้ารับทราบข้อกล่าวหา “ทำร้าย-ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน”
วันที่ 28 พ.ย.65 ที่ สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน นายนภสินธุ์ ตรีรยาภิวัฒน์ หรือสายน้ำ นักกิจกรรมทางการเมือง อายุ 18 ปี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกฯ
นายนภสินธุ์ หรือ สายน้ำ กล่าวว่า วันนี้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานและข้อหาขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน โดยตำรวจได้ออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2565 โดยในวันนี้ตนมารับทราบข้อกล่าวหาเพียงคนเดียว เพราะว่าในหมายระบุหนึ่งคน ตนก็หวังว่าจะไม่มีใครที่โดนคดีเพิ่ม คดีนี้เป็นคดีแรกที่พ้นจากเกณฑ์เยาวชน สำหรับในคดีก่อนอยู่ในอำนาจศาลเยาวชนตนไม่ได้ถูกตั้งเงื่อนไขอะไร ก็ต้องมาดูกันว่าในอนาคตจะเป็นกันอย่างไร สำหรับการเคลื่อนไหวช่วงเอเปค 2022 ที่ผ่านมาตนก็เหนื่อยมาก เพราะว่าออกไปเคลื่อนไหวทุกวัน ตอนนี้ก็ต้องมาดูกันว่าจะมีกี่คดี หรือ มีหมายเรียกมาที่บ้านอีกกี่ใบ
“การที่พวกเราไปเคลื่อนไหวช่วงเอเปค เราเพียงต้องการที่อยากจะสื่อสารไปถึงผู้นำต่างประเทศ เพื่อนำเสนอข้อเรียกร้องของภาคประชาชน แต่กลับโดนกระทำด้วยความรุนแรง จากภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นการถูกดำเนินคดีความ ฯลฯ” นายนภสินธุ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ได้แจ้งข้อกล่าวหา นายนภสินธุ์ หรือ สายน้ำ 4 ข้อหา ประกอบด้วย
มาตรา 138 ผู้ใดต่อสู้ หรือขัดขวางเจ้าพนักงานหรือผู้ซึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการปฏิบัติการตามหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 296 ผู้ใดกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ถ้าความผิดนั้น มีลักษณะประการหนึ่งประการใดดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 289 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 368 ผู้ใดทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานซึ่งสั่งการตามอำนาจที่มีกฎหมายให้ไว้ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นโดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบวัน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าการสั่งเช่นว่านั้น เป็นคำสั่งให้ช่วยทำกิจการในหน้าที่ของเจ้าพนักงานซึ่งกฎหมายกำหนดให้สั่งให้ช่วยได้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 391 ผู้ใดใช้กำลังทำร้ายผู้อื่น โดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ