สืบภาค 2 ตร. PCT 5 รวบ ‘คาร์มัส สุไหงโกลก’ โจร กกน.ตัวเดียว ก่อเหตุขโมยทั่วไทย

อาชญากรรม5 ก.ค. 2565 • 16:23 น.
สืบภาค 2 ตร. PCT 5 รวบ ‘คาร์มัส สุไหงโกลก’ โจร กกน.ตัวเดียว ก่อเหตุขโมยทั่วไทย

จากกรณีเมื่อวันที่ 3 ก.ค 65 ได้มีคนร้ายลักทรัพย์ร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ “BANANA” สาขานครนายก อ.เมืองนครนายก จ.นครนายก ได้ทรัพย์สินไปกว่า 128 รายการ เสียหายมูลค่ากว่า 1,914,895 บาท  


หลังเกิดเหตุ บก.สส.ภ.2 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด  พบว่าคนร้ายแต่งกายเพียง “กางเกงในตัวเดียว”  โดยพล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2ตร.PCT 5พร้อมชุดปฎิบัติการที่ 5 ศปอส.ตร.PCT 5 ได้วิเคราะห์แผนประทุษกรรมคนร้ายคดีนี้มีความเหมือนกับ เมื่อ 27 ม.ค. 64 ที่ภายในร้าน BANANA สาขาจังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 65 ที่ร้าน BANANA สาขาสายไหม 109 ซอย สายไหม กรุงเทพ และอีก 9 คดี 9 พื้นที่ (สภ.เมืองยะลา , สภ.หาดใหญ่ , สภ.เมืองพัทลุง , สภ.เมืองนครศรีธรรมราช , สภ.เมืองหนองบัวลำภู , สภ.เมืองอุบลราชธานี , สภ.หัวหิน , สน.สายไหม) จนถูกเรียกว่า โจรกางเกงในตัวเดียว
 
จนกระทั่งวันที่5ก.ค65 พล.ต.ต.ธีรเดช  พร้อมชุดปฎิบัติการที่ 5 ศปอส.ตร. (PCT 5) ทราบคนร้ายคือ นายเจ๊ะอิสมะแอ  หรือคาร์มัส อายุ 23 ปี คนจังหวัดนราธิวาส  มาพักที่ย่านถนนเสรีไทย แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพ จึงได้นำกำลังเข้าจับกุมได้พร้อมด้วยของกลาง  1.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 31 เครื่อง 
2.โทรศัพท์มือถือ จำนวน  58 เครื่อง ที่ขยายผลห้องพัก ตรวจค้นที่ โรงแรมย่าน.รามคำแหง  โดยตั้งข้อกล่าวหา  “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้น สำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ โดยเข้าทางช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่จำนงให้เป็นทางคนเข้า หรือรับของโจร”
   

จากการสอบสวนนายเจ๊ะอิสมะแอ ให้การรับสารภาพ และยอมรับว่าเป็นลงมือก่อเหตุลักทรัพย์ร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ “BANANA” สาขานครนายกจริง  จนกระทั่งได้หลบหนีมาอยู่คอนโด ย่านลาดพร้าว และเปิดห้องพักโรงแรม ย่านรามคำแหง เพื่อซ่อนโทรศัพท์ที่ขโมยมา และเตรียมพร้อมหอบของกลางโทรศัพท์ที่ขโมยมาหลายร้อยเครื่องกลับไปยังภูมิลำเนา จ.นราธิวาส   โดยอ้างว่า “ที่ขโมยแต่ร้าน BANANA เพราะชอบกล้วยและชอบสีเหลืองจึงขโมยแต่ร้านนี้ และที่ชอบถอดเสื้อผ้าให้เหลือกางเกงในตัวเดียวแล้วเข้าไปขโมยของเพราะมันทำเกิดความรู้สึกให้มั่นใจ รู้สึกเป็นตัวของตัวเอง และที่ขโมยกล้องวงจรปิดไปด้วยเพราะเมื่อปี 2564 ถูกตีข่าวว่าที่จังหวัดยะลาเป็นโจรกางเกงในโรคจิต รู้สึกไม่ชอบจึงขโมยกล้องไปด้วยทุกครั้ง โดยการหาร้านที่จะก่อเหตุจะค้น google map หาร้าน BANANA แบบสุ่มตัวอย่างแล้วจะไปละแวกนั้นก่อนก่อเหตุประมาณ 3 ชั่งโมงถึง 6 ชั่วโมง สำรวจเส้นทางรอบๆ แล้วค่อยก่อเหตุหลังเที่ยงคืน โดยที่มุ่งขโมยแต่โทรศัพท์เพราะฝังใจตอนเด็กๆที่เพื่อนมีโทรศัพท์แต่ตนเองไม่มี จึงเริ่มก่อเหตุโดยแรกๆก็ลักขโมยเล็กน้อยจนเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆจนแทบกวาดหมดร้าน โดยเมื่อขโมยมาได้แล้วมักเอาบางส่วนไปขายและเอาเงินไปใช้ และจะนำโทรศัพท์บางส่วนไปแจกให้กับคนเร่ร่อนละแวกสนามหลวงและหัวลำโพงและบางส่วนก็จะนำไปแจกให้กับคนที่ภูมิลำเนาที่ จ.นราธิวาส โดยจะแจกทั้งเงินและโทรศัพท์ เนื่องจากตนเองเป็นคนไร้บ้านมาก่อนในลักษณะของจอมโจรโรบินฮูด  แต่สื่อกลับตั้งฉายาว่าโจรกางเกงในโรคจิต