ผู้การฯตราดลงพื้นที่หาข้อเท็จจริง เร่งคดีเด็กตายในรถยนต์

อาชญากรรม3 ม.ค. 2565 • 08:01 น.
ผู้การฯตราดลงพื้นที่หาข้อเท็จจริง เร่งคดีเด็กตายในรถยนต์
ผู้การฯตราดลงพื้นที่หาข้อเท็จจริง เร่งคดีเด็กตายในรถยนต์ พร้อมสอบเครียดยายเด็กหาสาเหตุเสียชีวิต ขณะที่ สนง.ยุติธรรมและพัฒนาสังคมตราด เตรียมช่วยเหลือเหยื่อ สุดท้ายยอมรับสารภาพว่าทำร้ายจนสลบ แล้วนำเด็กไว้ในรถยนต์จนถึงเช้าพบว่าเสียชีวิต ผู้การฯตราดพร้อมดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องทุกคนหากมีหลักฐาน จากกรณีความคืบหน้าเด็กวัย 6 ขวบเสียชีวิตในรถยนต์ หลังพ่อเลี้ยงเชื่อไสยศาสตร์ให้นอนในรถยนต์นานนับปีและเสียชีวิตปริศนา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดเวลา 11.30 น.ของวันที่ 3 มกราคม 2565 พลตำรวจตรีปกรณ์ มณีปกรณ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.ตราดพร้อมพ.ต.อ.สมชาย อยู่สวัสดิ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.ตราดที่ดูแลในพื้นที่อำเภอแหลมงอบ ลงพื้นที่และร่วมประชุมกับ พ.ต.อ.เฉลิมศักดิ์ เถียรทองศรี ผกก.แหลมงอบ พร้อมชุดสืบสวนจังหวัดตราดและสภ.แหลมงอบ ที่ห้องประชุมสภ.แหลมงอบ เพื่อเร่งหาข้อเท็จจริงและมูลเหตุของการเสียชีวิต หลังพบว่า เด็กที่เสียชีวิต กระโหลกร้าว ซึ่งน่าจะมีเหตุมาจากถูกทำร้าย ซึ่งขณะนี้ ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ พร้อมทั้งเชิญแพทย์เวรที่ชันสูตรจากโรงพยาบาลแหลมงอบเดินทางไปให้ข้อมูล ในเรื่องการชันสูตรศพเด็กด้วย ขณะที่ตำรวจชุดสืบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้นำตัวยายหรือมะของเด็กผู้เสียชีวิต มาทำการสอบสวนอีกครั้ง เพื่อหามูลเหตุการเสียชีวิต โดยทีทยังหม่ยินยอมเปิดปากใดๆกับตำรวจ ด้านพ.ต.อ.สมชาย กล่าวว่า การติดตามสาเหตุการเสียชีวิตวันนี้ของเด็กวัย 6 พบ เชื่อตามหลักฐานว่า เด็กไม่ได้เสียชีวิตอย่างธรรมชาติ แต่มีร่องรอยการทำร้ายจากการชันสูตรของแพทย์ที่ระบุว่า กระโหลกของเด็กมีรอยร้าวจริงแต่ต้องดูหลักฐานจากแพทย์อีกครั้ง ซึ่งน่าจะเป็นการถูกทำร้ายมากกว่าตายอย่างธรรมชาติ โดยที่ประเมินว่า น่าจะเป็นพ่อเลี้ยงในการทำร้าย ซึ่งมีหลักฐานที่จะชี้ชัดได้ อย่างไรก็ตาม ทางพ่อเลี้ยงยังไม่ยอมรับ แต่หลักฐานพอที่จะดำเนินคดีได้ สำหรับตัวยายของเด็กนั้น น่าจะไม่มีความเกี่ยวพันธุ์ใดๆ เพราะอยู่คนละที่ แต่เพียงมีความเชื่อทางไสยศาสตร์ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็ไม่ต้องใช้ปืนฆ่าก้นแล้ว ทั้งนี้ คดีนี้เป็นคดีที่ต้องดำเนินการหาตัวคนร้ายมาลงโทษ เพราะเป็นเรื่องการเสียชีวิตของเด็กที่น่าสงสาร ทางด้านนายขจรศักดิ์ ซังแสง เจ้าหน้าที่สำนักงานยุติธรรมจ.ตราด และเจ้าหน้าที่อีกคน เดินทางมาติดตามคดี เพื่อให้การช่วยเหลือกับเหยื่อที่ถูกทำร้ายจนเสียชีวิต ตามพรบ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 ซึ่งสามารถช่วยเหลือได้รายละ 1 แสนบาท นอกจากนี้ ตัวแทนจากสำนักงานพัฒนาสังคมจ.ตราด เดินทางมาเพื่อช่วยเหลือเหยื่อด้วย ต่อมาในเวลา 12.30 น. พลตำรวจตรีปกรณ์ มณีปกรณ์ ออกจากห้องประชุม และแถลงข่าวให้กับสื่อมวลชนที่มาติดตามข่าวโดยระบุว่า หลังจากเป็นข่าวไปเมื่อวานนี้ โดยมีเด็กวัย 6 ขวบ เสียชีวิต จึงได้ส่งศพไปชันสูตรเพื่อหาร่องรอยและมูลเหตุของการเสียชีวิต และได้นำคุณพ่อแม่คุณแม่โดยคุณพ่อที่เป็นพ่อเลี้ยง โดยที่คุณแม่ยอมรับสารภาพว่าคุณพ่อเป็นผู้ทำร้ายลูกของตัวเองจึงได้ทำการสอบปากคำสามี (พ่อเลี้ยง) และในเวลา 03.00-04.00 น. พ่อเลี้ยงก็ยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ทำร้ายเด็กจนเสียชีวิตด้วยการทุบตีจนเด็กแน่นิ่งไปในเวลาเที่ยวคืน และได้นำตัวเด็กไปไว้ในรถ ซึ่งอยู่บริเวณลานจอดรถด้านล่างและได้ปิดประตูแล้วออกไปทำงานนอกบ้าน ตอนเช้าจึงได้มาเปิดประตู พบว่าเด็กเสียชีวิตแล้ว ด้วยเหตุนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำศพเด็กไปผ่าชันสูตรในเบื้องต้นพบว่าเด็กเสียชีวิตมาแล้ว 6 ชม. พ่อเลี้ยงยังบอกว่าระหว่างที่นำเด็กไปไว้ในรถนั้นเด็กยังไม่เสียชีวิต ซึ่งขณะที่ทำเด็กไปไว้ในรถนั้นยังไม่เสียชีวิต แสดงว่า ช่วงที่ทำร้ายเด็กจนสลบไป เด็กยังไม่เสียชีวิต ส่วนสาเหตุการทำร้ายเด็กจนเสียชีวิต มาจากพ่อเลี้ยงติดยาเสพติด และมีความเครียดจากการที่เด็กร้องไห้กระจองอแง บวกกับตัวพ่อเลี้ยงเสพยาติดมีอาการเมาจึงได้ทุบตีเด็กดังกล่าว สำหรับความเชื่อทางไสยศาสตร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ตราด กล่าวว่า มันเป็นเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจจะได้ส่งศพของเด็กไปทำการผ่าชันสูตรโดยละเอียดที่นิติเวช ส่วนเรื่องพิธีกรรมทางศาสนาอิสลา ที่ต้องทำศพภายใน 24 ชม. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุยโต๊ะอิหม่ามเรียบร้อยแล้วในเรื่องของ การเสียชีวิตของเด็กที่มีเงื่อนงำของการฆาตกรรม ได้มีการยินยอมให้ดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนเรื่องข้อกล่าวหานั้นได้ตั้งไว้ในเบื้องต้น ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย และจะสอบในเชิงลึกเพิ่มเติม ว่ามีการทรมานเด็กก่อนเสียชีวิตหรือไม่ และมีเจตนาในฆ่าเด็กหรือไม่ ส่วนกรณีที่ แม่ของเด็กไม่กล้าที่จะแจ้งเรื่องราวการ ทารุณกรรมของพ่อเลี้ยงนั้น น่าจะมาจากการอยู่ร่วมกันฉันท์สามีภรรยา และต้องพึ่งพาสามีจึงไม่กล้าที่จะแจ้ง จึงปิดบัง เพื่อความอยู่รอดของครอบครัวตนเอง ซึ่งภรรยาสามีต้องเป็นหลักของครอบครัว สุดท้ายเมื่อแม่ยอมรับ ทางตำรวจยังไม่ ตั้งข้อกล่าวหาแม่ของเด็กแต่จะนำศพเด็กไปผ่าพิสูจน์ก่อน จนกว่าจะได้พยานหลักฐานยืนยัน ว่าสาเหตุการตายเกิดจากอะไร ซึ่งเบื้องต้นมีบาดแผลที่กะโหลกศีรษะ กระดูกแขนขาหัก ซึ่งเป็นการยืนยันของแพทย์ที่ชันสูจน์มาแล้ว อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจจำเป็นต้องนำศพเด็กไปผ่าพิสูจน์โดยละเอียด เพื่อยืนยันเป็นการฆาตกรรม พล.ต.ต.ปกรณ์ ยังกล่าวอีกว่า คดีนี้ได้รับความร่วมมือจากพี่น้องเพื่อนบ้านเป็นอย่างดีจนเป็นที่มาของการปิดคดีนี้ได้ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับคดีนี้ ทำให้ตำรวจรวบรวมหลักฐานและนำคำพูดและคำให้การ คำบอกเล่าของพยาน มาสอบปากคำผู้ต้องจนสามารถทำให้ผู้ต้องหา (พ่อเลี้ยง) จำนนต่อหลักฐาน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทางตำรวจจึงขอขอบคุณทุกคนที่เกี่ยวข้องด้วย ส่วนยายของเด็กนั้น ยังต้องดำเนินการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด หากเชื่อมโยงกับใครก็จะถูกดำเนินคดี ทั้งนี้ ขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องและสื่อมวลชนมั่นใจว่าคดีนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการติดตามสอบสวนมาตั้งแต่เมื่อวาน โดยมีตำรวจทั้งสืบจังหวัด สืบภาค และชุดสืบ สภ.แหลมงอบ ช่วยกันรวบรวมหลักฐาน พยานที่มีอยู่ทั้งหมด รวมทั้งสิ่งแวดล้อมมาทำการสอบปากคำพ่อเลี้ยงและแม่เด็ก จนเป็นที่มาของการยอมรับสารภาพในที่สุด