ดารามีหนาว! เปิดข้อกฏหมายคดีแชร์ลูกโซ่เทียบคดี Forex-3d เผย แม้ชดใช้ เหยื่อยอมความก็ต้องติดคุก
"นายปริญ เกษะศิริ" อนุญาโตตุลาการ สำนักงานศาลยุติธรรม และทนายความ คุณวุฒิเนติบัณฑิตไทย และปริญญาโทกฎหมาย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ทนายปริญ เกษะศิริ ระบุว่า...
แชร์ลูกโซ่ ใครแจ้งความได้บ้าง
อยู่ดีๆ ประชาชนคนทั่วไปที่ไม่ได้เป็นผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงจากแชร์ลูกโซ่ ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน จะเดินไปแจ้งตำรวจว่ามีความผิดเกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่หรือ พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ได้หรือไม่ และถ้าไปแจ้งแล้ว ตำรวจจะต้องทำอย่างไร
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 121 บัญญัติไว้ว่า “ พนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนคดีอาญาทั้งปวง แต่ถ้าเป็นคดีความผิดต่อส่วนตัว ห้ามมิให้ทำการสอบสวนเว้นแต่จะมีคำร้องทุกข์ตามระเบียบ ”
และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 บัญญัติไว้ว่า “ ห้ามมิให้พนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีใดต่อศาลโดยมิได้มีการสอบสวนในความผิดนั้นก่อน ”
ทีนี้มาดูกันว่า ความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน เป็นความผิดต่อส่วนตัวหรือจะเรียกกันว่าความผิดอันยอมความได้ ที่ผู้เสียหายจะต้องร้องทุกข์หรือที่เรียกว่าแจ้งความดำเนินคดีก่อน พนักงานสอบสวนจึงจะมีอำนาจสอบสวน
หรือความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน จะถือเป็นความผิดต่อรัฐ หรือที่เรียกกันว่าความผิดต่อแผ่นดิน หรืออาญาแผ่นดิน ที่ประชาชนคนทั่วไปแม้จะไม่ได้เป็นผู้เสียหาย ไปกล่าวโทษหรือจะเรียกว่าแจ้งความดำเนินคดี พนักงานสอบสวนจึงจะมีอำนาจสอบสวน
มาดูกันครับ
ศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้ว่า ความผิดตาม พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน เป็นความผิดต่อรัฐ เป็นอาญาแผ่นดิน
ดังคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8883/2550
ความผิดตาม พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนฯ เป็นบทบัญญัติที่มีลักษณะพิเศษแตกต่างไปจากความผิดฐานฉ้อโกงตาม ประมวลกฎหมายอาญา ดังจะเห็นได้ว่าบทบัญญัติและเจตนารมณ์ของ พระราชกำหนด บัญญัติถึงวิธีการและลักษณะของการกู้ยืมที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนไว้ และบัญญัติคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากการถูกหลอกลวงและรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศโดยได้กำหนดมาตรการต่าง ๆ ไว้ เพื่อคุ้มครองประชาชนเป็นส่วนรวม และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐเท่านั้นมีอำนาจใช้มาตรการดังกล่าวนั้นได้ ทั้งนี้เพื่อให้เสร็จเด็ดขาดไปทันที ดังนั้น ความผิดตาม พระราชกำหนดนี้ รัฐเท่านั้นเป็นผู้เสียหายโดยตรงและมีอำนาจฟ้องคดีได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2306/2560
บทบัญญัติตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน เป็นบทบัญญัติที่วางมาตรการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนส่วนรวม ความผิดฐานนี้จึงเป็นความผิดต่อรัฐ รัฐเท่านั้นที่จะดำเนินคดีแก่ผู้กระทำความผิด
ทีนี้ เมื่อความผิดตาม พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน เป็นความผิดต่อรัฐ เป็นอาญาแผ่นดิน หากประชาชนคนทั่วไปที่ไม่ได้เป็นผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงจากแชร์ลูกโซ่ แต่ไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน แล้วพนักงานสอบสวนมีอำนาจทำอะไรบ้าง และพนักงานอัยการจะมีอำนาจฟ้องหรือไม่ มาดูคำพิพากษาศาลฎีกากันครับ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5466/2542
ความผิดอาญาแผ่นดิน แม้ไม่มีผู้เสียหายร้องทุกข์ เจ้าพนักงานตำรวจก็มีอำนาจดำเนินคดีแก่ นาย ว. กับพวกได้อยู่แล้ว ดังนั้น พนักงานอัยการจึงมีอำนาจฟ้อง นาย ว. กับพวก ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5165/2549
ความผิดที่เป็นความผิดที่กระทำต่อรัฐ ไม่ใช่ความผิดต่อส่วนตัว พนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนได้แม้จะไม่มีคำร้องทุกข์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 121 ดังนั้น เมื่อพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนคดีนี้แล้ว พนักงานอัยการย่อมมีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 28 (1), 120 และ พระราชบัญญัติพนักงานอัยการฯ มาตรา 11 (1) โดยมิต้องคำนึงว่าผู้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีจะเป็นผู้ใด หรือได้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหายที่แท้จริงหรือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3887/2556
ความผิดต่ออาญาแผ่นดิน มิใช่ความผิดต่อส่วนตัวที่ห้ามพนักงานสอบสวนทำการสอบสวน เมื่อมีความผิดอาญาต่อแผ่นดินเกิดหรืออ้างหรือเชื่อว่าได้เกิดขึ้นและก่อให้เกิดความเสียหายตามที่พยานให้การ ย่อมเป็นหน้าที่โดยตรงของเจ้าพนักงานตำรวจที่ต้องสืบสวนจับกุม และสอบสวนตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 18 และมาตรา 121 ไม่ว่าผู้เสียหายจะได้ร้องทุกข์หรือกล่าวโทษผู้กระทำผิดหรือไม่ก็ตาม ต่อมาเมื่อ จ่าเอก ฉ. กับพวก ได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนคดีนี้ มีการทำบันทึกการเข้ามอบตัวและแจ้งข้อกล่าวหาว่าระบุว่า นาย ส. เป็นผู้กล่าวหา จ่าเอก ฉ. กับพวก พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวและแจ้งสิทธิต่างๆ ตามที่กฎหมายกำหนดให้ จ่าเอก ฉ. กับพวก ทราบ พนักงานสอบสวนคดีนี้ย่อมมีอำนาจสอบสวนในความผิดนี้ได้ การสอบสวนคดีนี้จึงชอบด้วยกฎหมาย
ผมไม่เฉลยนะครับว่า กรณีที่ประชาชนคนทั่วไปที่ไม่ได้เป็นผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงจากแชร์ลูกโซ่ เมื่อไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนจะมีอำนาจสอบสวนดำเนินคดีกับผู้ต้องหาหรือไม่ และพนักงานอัยการจะมีอำนาจฟ้องจำเลย ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดเรื่องแชร์ลูกโซ่ ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน หรือไม่ เพราะคำตอบอยู่ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ผมยกมาให้ทุกท่านได้ศึกษาข้างต้นแล้ว
ขอบคุณข้อมูล/ภาพ : เฟซบุ๊ก ทนายปริญ เกษะศิริ