ตำรวจท่องเที่ยวโชว์ผลงานคดีลักทรัพย์นทท.-แก๊งสกิมเมอร์
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 16 ต.ค.62 ที่กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (กก.1 บก.ทท.1 บช.ทท.) พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ ผบช.ทท. พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ และ พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง รอง ผบช.ทท. พล.ต.ต.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.ศารุติ แขวงโสภา และ พ.ต.อ.อำนาจโฉมฉาย รอง ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.เกื้อกมล ดวงประทีป ผกก.1 บก.ทท.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจกก.1 บก.ทท.1 แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 2 คดี
พล.ต.ท.เชษฐา กล่าวว่า โดยคดีแรกจับกุม นายเกษมสันต์ จันทะจร อายุ 44 ปี อาชีพขายข้าวแกงตามตลาดนัด ย่านห้วยขวาง ผู้ต้องหาล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ พร้อมของกลางกระเป๋าเงิน เงินสด จำนวน 4,600 บาท และบัตรเครดิต 4 ใบ โดยจับกุมได้บริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอโศก
สืบเนื่องจาก กก.1 บก.ทท.1 บช.ทท. ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสถานีรถไฟฟ้าว่า มีคนร้ายใช้ช่วงเวลาเผลอล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ มีรูปพรรณสัณฐาน ผอม สูง เสื้อขาว อายุประมาณ 40 ปี ชาวไทย จึงทำการติดตามตัวคนร้ายระหว่างหลบหนีและจับกุมตัวได้ในที่สุด จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาเคยต้องคดียาเสพติด เมื่อปี 2558 และต้องโทษคดีลักทรัพย์ในเวลากลางคืน เมื่อปี 2559 ส่วนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ก่อเหตุล้วงประเป๋าเป็นครั้งแรก ส่วนสาเหตุที่ทำเพราะต้องการเงินนำไปใช้จ่ายส่วนตัว เนื่องจากอาชีพที่ทำไม่พอใช้และมีครอบครัวต้องดูแล เบื้องต้นนำตังส่งพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี ดำเนินคดีต่อไป
พล.ต.ท.เชษฐา กล่าวอีกว่า ส่วนคดีที่ 2 เจ้าหน้าที่ กก.1 บก.ทท.1 บช.ทท. จับกุมนายอเล็กซานเดอร์ เอ็ดดีเลียส อายุ 32 ปี และนางสาวเอสตี้ รัสเดียน่า อายุ 33 ปี ชาวอินโดนิเซีย ซึ่งเป็นแก๊งสกิมเมอร์ ในข้อหาร่วมกันมีบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมหรือแปลงฯ ร่วมกันมีบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่น ร่วมกันมีเครื่องมือหรือวัตถุสำหรับปลอมหรือแปลงบัตรอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง เครื่องบันทึกข้อมูลแถบแม่เหล็ก(เครื่องสกิมเมอร์) 1 เครื่อง บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม 22 ใบ บัตรอิเล็กทรอนิกส์ผู้อื่น 2 ใบ และสลิปที่รูดจากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ 24 ใบ โดยจับกุมได้ในห้องเช่าย่านประตูน้ำ ถนนเพชรบุรี แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กทม.
สำหรับพฤติการณ์ของคนร้าย ทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากธนาคารต่างๆ ว่ามีคนร้ายใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมรูดซื้อสินค้า จึงได้ทำการสืบสวนขยายผลเรื่อยมาจนทราบว่า คนร้ายพักอาศัยบริเวณย่านประตูน้ำ จึงเฝ้าติดตามจนพบคนร้ายและติดตามจับกุมตัวไว้ได้ดังกล่าว จากการสอบสวนก็ให้การรับสารภาพว่า ซื้อข้อมูลจากเว็บไชด์ตลาดมืด แล้วนำข้อมูลลงในแถบแม่เหล็ก แล้วนำไปซื้อสินค้าต่างๆ ตามห้างสรรพสินค้าดังๆ หรือสถานที่คนใช้พลุกพล่านใช้บริการจำนวนมากเพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกต จากการตรวจสอบผู้ต้องหาได้สร้างความเสียหายไปแล้ว จำนวน 2 ล้านบาท จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.พญาไท ดำเนินคดีตามกฎหมาย