กรมคุกวอนสถาบันครอบครัวดูแลผู้พ้นโทษ มิให้กลับไปใช้ยาเสพติด
วันที่ 26 ตุลาคม 2565 ที่กรมราชทัณฑ์ ด้วยกรมราชทัณฑ์ ชี้แจง กรณีสื่อมวลชนนำเสนอข่าวว่ามีอดีตผู้ต้องขังก่อเหตุเป็นอันตราย หลังถูกปล่อยตัวพ้นโทษเนื่องจากเสพยาเสพติด
กรมราชทัณฑ์ ขอเรียนว่า อำนาจหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ คือ การควบคุมผู้ต้องขังตามคำพิพากษาของศาล และเมื่อถึงกำหนดพ้นโทษก็ต้องปล่อยตัวออกจากเรือนจำ ไม่มีอำนาจที่จะควบคุมตัวไว้ในเรือนจำต่อได้
โดยการนำเสนอข่าวของสื่อหลายครั้งสะท้อนให้เห็นว่า มีผู้ที่พ้นโทษออกไปแล้ว กลับไปเสพยาเสพติดอีก จนเกิดอาการหลอนหรือมีพฤติกรรมที่เป็นอันตราย และโดยส่วนใหญ่มักมีพฤติกรรมเสพยาเสพติดมายาวนานก่อนที่จะก่อเหตุ
กระทำผิดจนต้องโทษจำคุก ซึ่งขอเรียนว่า กรณีเหล่านี้ เป็นกลุ่มที่เรียกว่าสมองติดยา คือ มีประวัติเสพยาเสพติด หรือติดสารเสพติดเป็นระยะเวลานาน จนอาจก่อให้เกิดโรคสมองติดยาเพราะการเสพยาเป็นเวลานาน (ข้อมูลจากสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี) ทำให้เซลล์สมองถูกทำลาย สูญเสียความทรงจำ ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ มีความผิดปกติทางจิตเวชจากสมองพิการ มีระดับสติปัญญาต่ำ และมีสภาพจิตใจไม่ปกติได้ โดยอาการเหล่านี้จะไม่ปรากฏในขณะถูกควบคุมตัวในเรือนจำเพราะผู้ต้องขังไม่สามารถที่จะเสพยาเสพติดได้ ดังนั้นเมื่อปล่อยตัวออกไปแล้ว จึงขอวิงวอนให้ครอบครัวซึ่งเป็นสถาบันที่สำคัญที่สุด ทำหน้าที่ในการช่วยเหลือดูแล สอดส่องมิให้คนเหล่านี้กลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีกเป็นอันขาด
ขอเรียนว่า กรมราชทัณฑ์พยายามที่จะอบรมแก้ไขเพื่อฟื้นฟูและพัฒนาพฤตินิสัยตามสาเหตุของการกระทำผิด ซึ่งพบว่า ปัจจุบัน สามารถลดการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยจากสถิติพบว่ามีผู้ต้องขังที่กระทำผิดซ้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง ในปีงบประมาณ พ.ศ.2564 มีผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำ
ในระยะเวลา 1 ปี จากเดิมร้อยละ 15 เหลือร้อยละ 11.94 รวมถึงสถิติผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำภายในระยะเวลา 2 ปี และ 3 ปีที่มีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน ดังนั้น จึงวอนขอให้ทุกฝ่ายช่วยกัน จึงจะแก้ไขปัญหาการกระทำผิดซ้ำ
ได้อย่างยั่งยืน