ภรรยายอมเปิดปาก ลั่นไกยิง "พล.ต.ท.ปัญญา" เสียชีวิต ตร.ตั้งข้อหาหนัก

อาชญากรรม19 ก.พ. 2566 • 12:55 น.
ภรรยายอมเปิดปาก ลั่นไกยิง "พล.ต.ท.ปัญญา" เสียชีวิต ตร.ตั้งข้อหาหนัก

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับรายงานแจ้งเหตุว่า พล.ต.ท.ปัญญา ปิ่นสุข ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.) อายุ 59 ปี เสียชีวิตอยู่บริเวณบ้านพักซอยบรมราชชนนี 70 ถ.บรมราชชนนี แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ช็อก!‘พล.ต.ท.ปัญญา ปิ่นสุข’ เสียชีวิตหน้าบ้านพัก คาดปมทะเลาะภรรยา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : “บิ๊กเด่น” สั่ง น.1 เร่งคลี่คลาย “พล.ต.ท.ปัญญา” เสียชีวิต คาดเป็นเรื่องส่วนตัว

ล่าสุด เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 19 ก.พ.66 มีรายงานข่าวว่า ตำรวจอยู่ระหว่างสอบปากคำ พ.ต.ต.(หญิง) พรประภา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 67 ปี ภรรยาของผู้ตาย ซึ่งยังอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจตลอดเวลา ส่วนรายละเอียดและสาเหตุยังไม่เปิดเผยเนื่องจากยังอยู่อาการตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ด้าน น.ส.แหม่ม เพื่อนผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ส่วนตัวรู้จักกับ พล.ต.ท.ปัญญา และ ภรรยา มานานหลายปีแล้ว ซึ่งทั้งคู่รักกันดี อยู่ด้วยกันมานานหลายสิบปี ออกงานด้วยกันบ่อยๆ แต่ไม่ทราบปัญหาภายในว่ามีการทะเลาะกันหรือไม่ แต่เท่าที่ดูจากภายนอกไม่มีปัญหากันและตัวพ.ต.ต.(หญิง) พรประภา เป็นคนพูดจาดี 

ทั้งนี้ น.ส.แหม่ม ยังบอกอีกว่า พ.ต.ต.(หญิง) พรประภา เป็นแม่บ้าน นิสัยน่ารัก ส่วนตัวสนิททั้งสามีและภรรยา จึงไม่รู้ว่าพ.ต.ต.(หญิง) พรประภา จะก่อเหตุยิงสามีจริงหรือไม่ หรือมีเหตุจูงใจอะไรที่จะก่อเหตุ เพราะไม่ทราบเรื่องลึกๆ ของครอบครัว ซึ่งหลังเกิดเหตุได้เจอกันแล้ว แต่เจ้าตัวยังอยู่ในอาการช็อก ร้องไห้เสียใจ จึงไม่ได้สอบถามอะไร และเมื่อสักครู่มีโอกาสขอเปิดโลงขอขมาศพของ พล.ต.ท.ปัญญา โดยขอให้ผู้ตายเดินทางไปสู่ภพภูมิที่ดี

ต่อมาเมื่อเวลา 19.00 น. ภายหลังจากที่พนักงานสอบสวน ควบคุมตัว พ.ต.ต.(หญิง) พรประภา ภรรยาผู้ตาย ไปสอบปากคำที่โรงพัก ปรากฏว่าเจ้าตัวยอมรับเป็นผู้ใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงสามีตนเองจริง แต่ไม่ยอมเปิดเผยสาเหตุที่แท้จริง เนื่องจากยังไม่พร้อมจะให้การกับทางตำรวจ เบื้องต้นผู้บังคับบัญชา จึงสั่งการให้แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาแก่ผู้ต้องหาเอาไว้ก่อน จากนั้นจะประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาเก็บคราบเขม่าตามร่างกายและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป