รวบแล้ว "หนุ่มกู้ภัย" ตระเวนขโมยเครื่อง AED
จากกรณีเพจ Drama-addict โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า จนท.ที่ดูแลเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (Automated External Defibrillator, AED) ที่ประจำอยู่ตามมุมต่างๆ ใน กทม. แจ้งว่า เครื่อง AED ที่ประจำตามจุดต่างๆ (ป้อมควบคุมสัญญาณไฟจราจร) ทั่วกทม.สูญหายไปจำนวนมาก ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เพจดังแฉมือดีขโมยเครื่อง AED ขายเฟซบุ๊กเสียหายเฉียด 2 ล้าน
วันที่ 26 ม.ค.66 ที่ บก.สส.บช.น.พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. / หน.PCT ชุดที่ 5 เปิดเผยว่า พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. (PCT) , พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. / หน.PCT ชุดที่ 5 , พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง ผกก.(สอบสวน) บก.สส.ภ.2 / รอง หน. PCT ชุดที่ 5 , พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.สส.ภ.จว.ระยอง , พ.ต.อ.วิชัย สนสกุล ผกก.1 บก.ปส.1 , พ.ต.อ.วราวัชร์ ธรรมสโรช ผกก.สน.ตลิ่งชัน , ร.ต.อ.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ รอง สว.กลุ่มงานการข่าวฯ บก.ขส. , ร.ต.อ.ศิวัช ยังอุ่น รอง สว.กก.สส.4 บก.สส.บช.น. , ร.ต.อ.พลวัต นาคถมยา รอง สว.กก.สส.1 บก.สส.บช.น. ร่วมกันกับ เจ้าหน้าที่ ตำรวจ PCT ชุดที่ 5 , บก.สส.บช.น. และ ฝ่ายสืบสวน สน.ตลิ่งชัน ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมนายรุ่งโรจน์ (ขอสงวนนามสกุล) หรือเหน่งตาเดียว อายุ 37 ปี อยู่ ม.6 ซ.วัดไก่เตี้ย แขวงตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน จ.กรุงเทพ
โดยกล่าวหาว่า “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” จับกุมตัวได้ที่ บ้านพักไม่มีเลขที่ ภายในบริเวณวัดไก่เตี้ย แขวงตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน จ.กรุงเทพ และจับกุมนายวีรยุทธ (ขอสงวนนามสกุล) หรือแจ็ค อายุ 32 ปี บ้านแขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย จ.กรุงเทพ โดยกล่าวหาว่า “รับของโจร” จับกุมตัวได้ที่ริมถนนในซอยจรัญสนิทวงศ์ 28/7 แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย จ.กรุงเทพ พร้อมของกลางจำนวน 5 รายการ ได้แก่
1.เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (Automated External Defibrillator, AED) ตรวจยึดได้ในพื้นที่ สน.บางรัก
2.เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (Automated External Defibrillator, AED) ตรวจยึดได้ในพื้นที่ สน.พลับพลาไชย 2 โดย พ.ต.อ.พนม เชื้อทอง ผกก.สน.พลับพลาไชย 2 เป็นผู้มอบของกลางให้ ศปก. เพื่อขยายผล
3.เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (Automated External Defibrillator, AED) ตรวจยึดได้ในพื้นที่ สน.พลับพลาไชย 2 โดย พ.ต.อ.พนม เชื้อทอง ผกก.สน.พลับพลาไชย 2 เป็นผู้มอบของกลางให้ ศปก. เพื่อขยายผล
4.เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (Automated External Defibrillator, AED) ตรวจยึดได้ในพื้นที่ สน.บางบอน โดย พ.ต.อ.นรินท์โชติ พงศ์พิธานนท์ ผกก.สน.บางบอน เป็นผู้มอบของกลางให้ ศปก. เพื่อขยายผล
5. เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (Automated External Defibrillator, AED) ตรวจยึดได้ในพื้นที่ สน.ตลิ่งชัน โดย พ.ต.อ.วราวัชร์ ธรรมสโรช ผกก.สน.ตลิ่งชัน เป็นผู้มอบของกลางให้ ศปก. เพื่อขยายผล
พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ส่งทีมสืบสวนนครบาล ชุดตำรวจ PCT5 , และ สืบสวน สน.ใน นครบาล เร่งติดตามเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (Automated External Defibrillator, AED) ของ สภากาชาติไทย สูญหายจำนวนมากตามสถานที่สำคัญไว้เพื่อช่วยผู้ป่วยหรือประชาชนฉุกเฉิน โดยสั่งการ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ให้ บก.สส.บช.น.เป็นศูนย์ปฏิบัติการ (ศปก.) เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการติดตามจับกุมคนร้าย และติดตามเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (Automated External Defibrillator, AED) โดยเร็วเนื่องจากสร้างความเสียหายให้กับสังคมเป็นอย่างมาก
สำหรับพฤติการณ์แห่งคดีสืบเนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันได้มีกลุ่มคนร้ายตระเวนลัก เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (Automated External Defibrillator, AED) ที่ติดไว้อยู่ตามสถานที่สำคัญต่างๆในพื่นที่ กรุงเทพฯ ซึ่งล่าสุดวันที่ 24 ม.ค. 65 เจ้าหน้าที่ที่ดูแลเครื่อง AED ดังกล่าว ได้ตรวจสอบพบว่าได้ถูกขโมยไปหลายเครื่อง เป็นที่เดือดร้อนของประชาชนเป็นอย่างมาก พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น./หน.PCT ชุดที่ 5 จัดตั้ง ศปก. ที่ บก.สส.บช.น. เพื่อให้รวดเร็วในการจับกุมคนร้ายและติดตามเครื่องที่ถูกลักไป ซึ่งต่อมาชุดสืบสวนได้สืบทราบว่า นายรุ่งโรจน์ ซึ่งเป็นอดีตเจ้าหน้าที่กู้ภัยย่านบางกอกน้อยได้มีการโพสข้อความในโลกออนไลน์ ประกาศขายเครื่อง AED ในราคาที่ต่ำผิดปกติ จึงได้สืบสวนจนทราบที่พักอาศัยของ นายรุ่งโรจน์ ต่อมาวันที่ 25 ม.ค.66 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. / หน.PCT ชุดที่ 5 จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด PCT5 , ชุดสืบสวนนครบาล และฝ่ายสืบสวน สน.ตลิ่งชัน เข้าตรวจสอบบ้านพักภายในซอยวัดไก่เตี้ย แขวงตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน จ.กรุงเทพ พบตัว นายรุ่งโรจน์ ซึ่งได้ยอมรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ว่าได้ตระเวนลักเครื่อง AED ตามที่ต่างๆ ใน จ.กรุงเทพฯ ไปแล้วกว่า 6 เครื่อง แต่ได้จำหน่ายออกไปจนหมด โดย พล.ต.ต.ธีรเดช ได้ขยายผลจนทราบจุดที่ลักเครื่องทั้ง 6 แห่ง คือ
1.บริเวณป้อมตำรวจแยกวรจักร แขวงวัดเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบ จ.กรุงเทพฯ ก่อเหตุเมื่อก่อนประมาณวันที่ 20 ธ.ค.65 จำนวน 1 ตัว
2.บริเวณป้อมตำรวจซอยเจริญกรุง 43 แขวงสี่พระยา เขตบางรัก จ.กรุงเทพ ก่อนประมาณวันที่ 26 ธ.ค.65 จำนวน 1 ตัว
3.บริเวณป้อมตำรวจ แยกเจริญสวัสดิ์ แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน จ.กรุงเทพ ก่อนประมาณวันที่ 3 ม.ค.66 จำนวน 1 ตัว
4.บริเวณป้อมตำรวจสี่แยกแม้นศรี แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย จ.กรุงเทพ เมื่อประมาณต้นเดือน ม.ค.66 จำนวน 1 ตัว
5.บริเวณป้อมตำรวจ ถ.พระรามที่ 4 แขวงมหาพฤฒาราม เขตบางรัก จ.กรุงเทพฯ เมื่อประมาณต้นเดือน ม.ค.66 จำนวน 1 ตัว
6.บริเวณป้อมตำรวจ ห้าแยกหมอมี ถ.เจริญกรุง แขวงสัมพันธ์วงศ์ เขตสัมพันธ์วงศ์ จ.กรุงเทพ เมื่อประมาณกลางเดือน ม.ค.66 จำนวน 1 ตัว
โดยทั้ง 6 เครื่องนั้น ขยายผลทราบว่าถูกนำไปขายให้กับ นายวีรยุทธ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยย่านบางกอกน้อยเช่นเดียวกัน โดยขายต่อเครื่องละ 12,000 บาท จากที่พล.ต.ต.ธีรเดชฯ ได้นำกำลังไปตรวจสอบ นายวีรยุทธ ก็พบว่าเครื่อง AED ทั้งหมดได้ถูกขายต่อไปให้กับเจ้าหน้าที่กู้ภัยพื้นที่อื่นๆ กระจายทั่วกรุงเทพและปริมณฑลในราคา 13,000-15,000 บาท ต่อเครื่อง ซึ่งต่อมา พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามเครื่อง AED จนกระทั่งสามารถติดตามรวบรวมกลับมาได้แล้วเป็นจำนวนกว่า 5 เครื่อง โดยเป็นเครื่องที่ถูกลักมาจาก รายการที่ 6 (ห้าแยกหมอมี) , รายการที่ 1 (แยกวรจักร) และอีก 3 เครื่องนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่เกิดเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ซึ่งหลังเสร็จสิ้นการขยายผลได้นำตัว นายรุ่งโรจน์ฯ และ นายวีรยุทธฯ นำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางรัก โดยนายรุ่งโรจน์ฯ ถูกกล่าวหาว่า “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” ส่วน นายวีรยุทธ ถูกกล่าวหาว่า “รับของโจร” โดยหลังจากนี้จะมีการขยายผลเพื่อติดตามเครื่อง AED และขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบสวน นายรุ่งโรจน์ ให้การรับสารภาพว่า ตนทำงานเป็นเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยอิสระอยู่ละแวกเขตบางกอกน้อย ซึ่งขณะทำงานกู้ภัยได้พบเห็นเครื่อง AED ติดอยู่ทั่วไป โดยเหตุจูงใจแรกเริ่มได้ก่อเหตุเพราะต้องการเงินเพื่อนำไปใช้ซ่อมรถที่จอดเสียอยู่ ซึ่งครั้งแรกได้แอบไปลัก 1 เครื่องย่านวัดเทพศิรินทร์ เมื่อนำไปขายพบว่าราคา 15,000 บาท และเมื่อมีครั้งแรกก็ต้องมีครั้งต่อๆ ไป จึงตระเวนลักเรื่อยมาโดยทั้งหมดยอมรับว่าลักมาแล้ว 6 เครื่อง โดยจะให้นายวีรยุทธ ซึ่งเป็นเพื่อนเจ้าหน้าที่กู้ภัยด้วยกัน ช่วยหาคนซื้อ หากหาได้จะแบ่งให้นายแจ็ค เครื่องละ 3,000 บาท
พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า ในชั้นจับกุม นายวีรยุทธ ให้การว่า ตนเองเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยอิสระ อยู่ย่านเขตบางกอกน้อย และได้รู้จักกับนายรุ่งโรจน์ มาประมาณ 4 ปี ต่อมาประมาณกลางเดือน ธ.ค.65 ได้ติดต่อกับนายรุ่งโรจน์ ทางเฟซบุ๊ก โดยตกลงให้ตนขายเครื่อง AED ให้ ตนก็สอบถามนายรุ่งโรจน์ แล้วว่ายืนยันว่าไม่ได้เป็นของที่ขโมยมา แต่ตนก็ยังสงสัยเพราะราคาที่ซื้อขายนั้นต่ำกว่าราคาจริง เมื่อตนขายได้นายรุ่งโรจน์ จะแบ่งให้ตนเครื่องละ 3,000 บาท โดยขายเครื่อง AED มาแล้ว 6 เครื่อง
พล.ต.ต.ธีรเดช . กล่าวว่า จากการสอบสวนปากคำให้การของผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อว่ามีการขโมยแค่ 6 เครื่อง เนื่องจากยังพบข้อมูลว่ายังมีอีกหลายแห่งในพื้นที่กรุงเทพ ที่ถูกขโมยไป ซึ่งตอนนี้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ได้สั่งการให้ผมจัดตั้ง ศปก. เพื่อให้รวดเร็วในการจับกุมคนร้ายและติดตามเครื่องที่ถูกลักไปกลับคืนมา เนื่องจากอุปกรณ์ AED ดังกล่าวนี้เป็นเครื่องมือสำคัญที่ไว้ใช้ช่วยเหลือชีวิตของประชาชน เราจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด