ตร.พบหนุ่มอินเดียเหยื่อสังหารโหดปลอมพาสปอร์ตเข้าไทย เชื่อมือปืนยังกบดานในภูเก็ต
หนุ่มอินเดีย สัญชาติแคนาดา ปลอมพาสปอร์ตเข้าไทย ผ่าน ตม. ด้านผบ.ตร.สั่งตรวจสอบระบบไบโอแมทตริกซ์ คัดกรองมีปัญหา ขณะที่มือสังหาร และอาวุธปืน ยังค้นไม่พบ แต่เชื่อยังกบดานในเกาะภูเก็ต
จากกรณีสังหารโหดนาย จิมมี่ ซิงค์ ชาวอินเดีย สัญชาติแคนาดา ถูกคนร้ายสองคนใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงขณะเดินทางเข้าที่พักในวิลล่า ย่านราไวย์ อำเภอเมือง คืนวันที่ 4 ก.พ .ที่ผ่านมาตามที่ข่าวเสนอไปแล้วนั้น
วันที่ 7 ก.พ. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าทางคดี ซึ่งเบื้องต้นพบว่า เอกสารเดินทางของผู้เสียชีวิต ระบุว่ามีการเดินทางเข้ามาในประเทศไทยถึง 11 ครั้งตั้งแต่ปี 2016-2018 และล่าสุดคือเดินทางเข้ามาในประเทศไทย เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา จากการตรวจสอบข้อมูลในเชิงลึกยังพบว่า ผู้เสียชีวิตเดินทางเข้ามาอย่างถูกต้องตามกฏหมายและยังไม่ปรากฏหมายจับหรือหมายแดง แต่เอกสารการเดินทางที่เทียบเคียงพบว่า มีฐานข้อมูลที่ไม่ตรงกันหลายจุด ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สั่งให้มีการตรวจสอบระบบการตรวจคัดกรองอัตลักษณ์ หรือไบโอแมททริกซ์
จากนั้น พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการให้รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลงพื้นที่ไปดูจุดเกิดเหตุ ซึ่งขณะนี้ รู้เส้นทางหลบหนี แต่ยังไม่ได้ออกหมายจับ แต่เชื่อมือปืน ยังกบดานอยู่ในจังหวัดภูเก็ต จากการผลชันสูตรศพพบหัวกระสุนฝังอยู่ 6 นัด ขณะที่เอกสารภายในห้องพักของผู้ตาย พบโทรศัพท์มือถือ ซิมการ์ดหนังสือเดินทางสองเล่มใบขับขี่และเงินสดอีก 700,000 บาทรวมทั้งกัญชาสองถุงเล็ก
จากตรวจสอบประวัติการเดินทางพบว่า ผู้เสียชีวิตคือนายมัลดีฟ อายุ 32 ปีสัญชาติแคนาดา เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2565 โดยเครื่องบินส่วนบุคคลจากประเทศมาเลเซีย เดินทางมาเพียงคนเดียว เข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ในอำเภอป่าตอง จนถึงวันที่ 3 กุมภาพันธ์
ในวันที่ 30 มกราคม ได้เข้าพักที่วิลล่า ซึ่งอยู่ในตำบลราไวย์ อำเภอเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ ก่อนถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ จากการตรวจสอบปลอกกระสุนปืนพบว่าอาวุธปืน ในที่เกิดเหตุ มี 3 กลุ่ม กลุ่มแรก เป็นอาวุธปืนออโตเมติกขนาด . 38 พบอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ 7 ปลอก และกระสุนปืนออโตเมติกขนาด 9 มม. อีก 13 ปลอก พร้อมด้วยลูกกระสุนปืน ที่พื้นที่เกิดเหตุ อีกสองลูก
ขณะที่สื่อต่างประเทศ ในแคนาดาออกมาระบุว่า นายจิมมี่ เป็นบุคคลที่ 11 ที่ถูกหน่วยยาเสพติด ตรวจยึดโรงงาน 14 แห่ง ในรัฐมหาราชราต และกัว ทางตะวันตกของอินเดีย ยึด เคตามีน 308 กิโลกรัม และสารตั้งต้น 2000 กิโลกรัม กัญชา โคเคน มูลค่ารวม 350,000,000 รูปีโดยมีชาวต่างชาติอื่นร่วมอยู่ด้วย หน่วยยาเสพติดสากลยืนยันว่า นายคนนี้เป็นเจ้าของโรงงานผลิตเคตามีน ในกัว และเคยกระโดดออกทางหน้าต่าง หนีเข้าไปในป่า ขณะจับกุม โดยเคตามีนดังกล่าวมีการลักลอบนำเข้าไปในแคนาดาและบริการรวมทั้งกรุงเทพมหานคร
นอกจากนี้ ยังเคยก่อคดี ร่วมกันฆ่าหัวหน้าแก๊งค์ เมื่อปี 2011 และปี 2012 ยังร่วมกันปล้นทรัพย์เครื่องประดับในดูไบ ขณะที่ปี 2014 ฆ่าหัวหน้าแก๊งแมตช์แคมเบล ในพื้นที่นอกสนามบินแวนครูเวอร์ แต่ในปี 2018 ได้รับการประกันตัว และหลบหนี โดยเดินทางระหว่างดูไป กับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นายจิมมี่ จัดเป็นอดีตนักเลงที่ถูกเนรเทศด้วยคดีอาชญากรรมร้ายแรงมาห้าปี จนมาถูกสังหารโหดในจังหวัดภูเก็ต
แหล่งข่าวอ้างว่า นายจิมมี่ สังกัดแก๊ง ยูเอ็น เป็นเจ้าของวิลล่าในคอมเพล็กซ์ จึงไม่ปรากฏรายละเอียดในคอมพิวเตอร์ของโรงแรม คัดกรองมีปัญหา ขณะที่มือสังหาร และอาวุธปืน ยังค้นไม่พบ เชื่อยังกบกานในเกาะภูเก็ต