ผู้ช่วย ผบ.ตร.ลงพื้นที่ สมุทรสาคร ติดตามโครงการสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชน

อาชญากรรม26 พ.ค. 2565 • 07:06 น.
ผู้ช่วย ผบ.ตร.ลงพื้นที่ สมุทรสาคร ติดตามโครงการสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชน
วันที่ 26 พ.ค.ที่ จ.สมุทรสาคร พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ตามนโยบายรวมไทยสร้างชาติและขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน (Stronger Together) ของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่มุ่งการบูรณาการความร่วมมือของส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชนทุกภาคส่วน รวมพลังกันเพื่อทำนุบำรุงสถาบันหลักของชาติ ได้แก่ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ตอบสนองความต้องการและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ในทุกมิติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร.ได้นำนโยบายรัฐบาลมาสู่การปฏิบัติ โดยดำเนินโครงการ “สร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันอาชญากรรมระดับตำบล เพื่อสนับสนุนการป้องกันอาชญากรรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามนโยบายขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน (Stronger Together)” โดยมีเป้าหมาย “ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเสนอและแก้ไขปัญหา ชุมชนสังคมมีความสงบเรียบร้อย ประชาชนมีอาชีพ มีรายได้ ส่งเสริมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว เพื่อความผาสุกของประชาชนอย่างยั่งยืน ”โดยมอบหมายให้ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข และ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการ พล.ต.ท.ประจวบ กล่าวว่า ในวันนี้ได้เดินทางลงพื้นที่ จ.สมุทรสาคร เพื่อขับเคลื่อนและตรวจติดตามผลการดำเนินการ ให้คำปรึกษา และเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องการดำเนินการ ตามโครงการสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันอาชญากรรมระดับตำบลเพื่อสนับสนุนการป้องกันอาชญากรรม ตามนโยบายขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน (Stronger Together) ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร โดยได้ร่วมประชุมสรุปผลการดำเนินการร่วมกับตำรวจภูธรภาค 7 ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมหัวหน้าสถานีตำรวจและข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.จว.สมุทรสาคร และตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ โดยในปีงบประมาณ พ.ศ.2563 และ พ.ศ.2564 ภ.จว. สมุทรสาคร มีการอบรมเครือข่ายประชาชนไปแล้ว 968 คน และในปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ได้มีการอบรมเครือข่ายประชาชนที่เป็นผู้นำและผู้มีบทบาทในสังคมทุกสาขาอาชีพ จาก 5 สถานีตำรวจ ในสังกัด ภ.จว.สมุทรสาคร สถานีตำรวจละ 50 คน รวม 250 คน ทำให้ปัจจุบันมีเครือข่ายประชาชนแล้วจำนวนทั้งสิ้น 1,218 คน ในห้วงวันที่ 1 มีนาคม 2565 - 20 พฤษภาคม 2565 หน่วยได้รับรายงานปัญหาที่ประชาชนเดือนร้อน จำนวน 31 เรื่อง และได้ติดตามขับเคลื่อนและเร่งรัดให้หน่วยดำเนินการแก้ไขปัญหาเสร็จสิ้นแล้ว จำนวน 29 เรื่อง ได้แก่ ปัญหาด้านสังคม จำนวน 21 เรื่อง ปัญหาด้านเศรษฐกิจ จำนวน 4 เรื่อง ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม จำนวน 4 เรื่อง และอยู่ระหว่างหน่วยดำเนินการแก้ไข จำนวน 2 เรื่อง พล.ต.ท.ประจวบฯ กล่าวต่อว่า ผลการปฏิบัติในการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ตามโครงการฯ ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ที่น่าพอใจ ในห้วงเวลาที่ผ่านมา เช่น การสร้างบ้านและสนับสนุนอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านตามโครงการบ้านสานฝันแห่งรอยยิ้ม ให้กับประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนในชุมชนบ้านสันดาบ ต.โคกขาม อ.เมืองสมุทรสาคร รวมจำนวน 23 หลัง การดำเนินการซ่อมแซม ทาสีและปรับปรุงอาคารโรงเรียนบ้านสันดาบ การติดตั้งกล้องวงจรปิดและระบบไฟฟ้าส่องสว่าง เพื่อป้องกันอาชญากรรม การปรับปรุงภูมิทัศน์ สภาพแวดล้อมและเส้นทางการจราจรในทุกพื้นที่ชุมชน เพื่อลดอุบัติเหตุ ตลอดจนการจัดอบรมสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้ชาวบ้านในชุมชน จากนั้น พล.ต.ท.ประจวบ พบปะเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ ของ สภ.โคกขาม เยี่ยมเยียนและมอบสิ่งของให้กับประชาชนที่ได้รับการช่วยเหลือตามโครงการบ้านสานฝันแห่งรอยยิ้ม แจกถุงยังชีพให้ประชาชน สอบถามและรับฟังความคิดเห็น รับทราบสภาพปัญหาและความต้องการ ตลอดจนข้อเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขปัญหาจากเครือข่ายภาคประชาชนในชุมชนบ้านสันดาบ ตรวจติดตามผลการแก้ไขปัญหา โดยการปรับปรุงภูมิทัศน์ อาคารสถานที่ ทางม้าลายบริเวณหน้าโรงเรียน และระบบกล้องวงจรปิด ณ โรงเรียนบ้านสันดาบ พล.ต.ท.ประจวบ กล่าวว่าได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดชุมชนสัมพันธ์และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับการคัดเลือกและผ่านการอบรมทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานเครือข่ายของ ภ.จว. สมุทรสาคร และทุกสถานีตำรวจทั่วประเทศ ให้เพิ่มความถี่ในการลงพื้นที่เพื่อประสานงานและรับทราบสภาพปัญหาและความต้องการของชุมชนและประชาชนผ่านเครือข่ายภาคประชาชนที่ได้รับการคัดเลือกและประชาชนในพื้นที่ให้มากขึ้น พร้อมทั้งเร่งรัดการแก้ไขปัญหาของคณะกรรมการในแต่ละระดับ ตั้งแต่ระดับท้องถิ่น อำเภอ และจังหวัด สำหรับสถานีตำรวจที่ยังมีผลการปฏิบัติน้อย ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับลงไปตรวจสอบ กำชับและกำกับดูแล ให้มีผลการปฏิบัติเพิ่มมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการและแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อสนองนโยบายรวมไทยสร้างชาติและขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันของรัฐบาลต่อไป พล.ต.ท.ประจวบ กล่าวอีกว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความมุ่งหวังว่าการดำเนินโครงการดังกล่าวจะประสบผลสำเร็จ เสริมสร้างความรักความสามัคคีของคนในชาติ แก้ไขปัญหาความต้องการ และความเดือดร้อนของประชาชน ชุมชนสังคมมีความสงบเรียบร้อย ประชาชนมีอาชีพ มีรายได้ ส่งเสริมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ดังนั้นสถานีตำรวจและข้าราชการตำรวจทุกนาย จักต้องดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องจริงจัง ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนและสังคม มีความเชื่อถือ เชื่อมั่น ศรัทธา ต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติสืบไป