"พุทธิพงษ์" จับมือโพสต์ทวิตเตอร์ปล่อยข่าวลวงไวรัสโควิด-19

อาชญากรรม3 มี.ค. 2563 • 06:09 น.
"พุทธิพงษ์" จับมือโพสต์ทวิตเตอร์ปล่อยข่าวลวงไวรัสโควิด-19
นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดีอีเอส จับกุมผู้โพสต์ข้อความลงในสื่อทวิตเตอร์ ปล่อยข่าวลวง "ไวรัสโควิด-19" ภายในคอนโดหรู ย่านรัชดา หลังสร้างความตื่นตระหนกให้ประชาชน เข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 3 มี.ค. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกัณต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมด้วย พ.ต.อ.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบก.ภ.จ.ประจวบคีรีขันธ์ หัวหน้าชุดเฉพาะกิจ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) เจ้าหน้าที่ตำรวจปอท. นำหมายค้นศาลอาญาที่ 167/2563 เข้าตรวจค้นร้านฟิล์ม ไม่มีเลขที่ชั้น 1 ตึกไอ1 อาคารศุภาลัยซิตี้โฮม รัชดาซอย 10 พร้อมคุมตัวน.ส.ยุพเรศ งอธิราช อายุ 43 ปี เจ้าของร้านไว้ หลังพบเป็นผู้ใช้ยูเซอร์ทวิสเตอร์ @yuparesfim ที่โพสข้อความระบุว่า...
ตายแล้ววๆ ใกล้บ้านฉันเลย... ประมาณ 40 นาที่ที่แล้วพบพนักงานเซ็นทรัล พระราม9 ติดเชื้อโคโรน่า ตอนนี้กักตัว เพิ่ม 40 คน เพื่อตรวจสอบว่ามีคนติดเชื้อ เพิ่มเติมไหมมม? #ไวรัสโคโรน่า2019 #ไวรัสโควิด19 #ไวรัสโคโรน่า #ไวรัสอู่ฮั่น ซึ่งข้อความดังกล่าวมีคนแชร์ต่อๆกันออกไป เป็นจำนวนมาก โดยข้อความดังกล่าวเป็นข่าวปลอมที่สร้างความแตกตื่นให้กับประชาชนเป็นวงกว้าง
จากนั้นนายพุทธิพงษ์ ได้เข้าไปสอบปากคำผู้ที่โพสต์ข้อความนี้ด้วนตัวเอง ซึ่งผู้ที่โพสต์ อ้างว่า ตนเองอ่านข้อมูลข่าวสารผ่านโซเชียลมีเดียแบบผ่านๆ ด้วยความตกใจและเข้าใจว่าเป็นเรื่องจริง จึงนำไปโพสต์ลงบัญชีทวิตเตอร์ส่วนตัว พร้อมกับตั้งข้อสงสัยว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ส่วนเหตุผลที่ต้องทำแบบนี้ ก็เพราะต้องอัพเดทข่าวสารให้ลูกค้าได้ระมัดระวังตัวเอง และยอมรับว่าไม่ทันตรวจสอบก่อนว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ เพราะไม่รู้จะตรวจสอบผ่านช่องทางใด นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ในช่วง 6-7 วันที่ผ่านมาข่าวปลอมในเรื่องโควิด19 กลับขึ้นมามีเยอะขึ้น ซึ่งทางทีมงานได้มีการทำงานหนักขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูลที่พี่น้องประชาชนส่งมาและค้นหาต้นต่อของข่าวปลอม ส่วนใหญ่เป็นการโพสที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้ที่พบเห็นข่าวปลอม อย่างรายนี้ที่มาก็เป็นการโพสข้อความระบุห้างดังใจกลางเมื่อแห่งหนึ่งมีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิต พร้อมนำผู้ที่เกี่ยวข้องกว่า 40 คนกักตัวไว้ตรวจสอบ ข้อความดังกล่าวทำให้พี่น้องประชาชนตื่นตระหนกเนื่องจากเป็นใจกลางกรุงเทพฯ และเป็นที่สาธารณะมีผู้คนจำนวนมาก ในรายนี้เป็นการโพสผ่านสื่อทวิสเตอร์ซึ่งก็ไม่ได้ง่ายในการตรวจสอบ ถือว่ารายนี้เป็นรายแรกที่ตรวจสอบและจับกุมได้ นายพุทธิพงษ์ กล่าวอีกว่า ข่าวปลอมที่เกิดขึ้นในช่วงนี้อาจเกิดจากความตื่นตระหนกของประชาชนที่ทราบข่าวจำนวนผู้ที่ติดเชื้อ และเสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นในต่างประเทศ ก็อาจสะท้อนกลับมายังประเทศไทย ส่วนสาเหตุก็แตกต่างกันไปบางคนโพสเพราะความไม่รู้ บางคนโพสเพราะอยากจะให้มีผู้ติดตามจำนวนมากๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ดีจึงฝากไปยังผู้ที่คิดจะทำให้คิดดีๆ เพราะการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตาม พรบ.คอมฯ ฐานนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีอัตราโทษจำคุก 5 ปี ปรับ 1 แสนบาท ซึ่งแม้ว่าผู้ที่โพสต์จะอ้างเรื่องที่ทำไปเพราะความตื่นตระหนก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นต้นตอของการโพสต์ข้อความที่ส่งผลทำให้สังคมเกิดความตื่นตระหนกทำให้หลายฝ่ายได้รับความเดือดร้อน ขณะเดียวกันวันนี้ที่จังหวัดระยองเจ้าหน้าที่ได้มีการจับกุมผู้ต้องสงสัยเป็นหญิง 1 รายประกอบอาชีพค้าขาย หลังโพสต์ข้อความ “ที่โรงเรียนจังหวัดระยองมีผู้เสียชีวิตจากโคโรน่าแต่โรงเรียนและโรงพยาบาลปิดข่าว “ ซึ่งขณะนี้กำลังควบคุมตัวมาสอบปากคำที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ในรายที่จับได้ตรงนี้ก็ต้องควบคุมตัวไปดำเนินคดีเช่นกัน นายพุทธิพงษ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของการนำหน้ากากอนามัยมือสองมาโพสขายทางออนไลน์ ในส่วนนี้ไม่สามารถทำได้อยู่แล้วในเรื่องของมาตรฐานความสะอาด ในส่วนนี้เชื่อว่าทางผู้ที่เกี่ยวข้องคงมีมาตรการในการตรวจสอบจับกุม ส่วนที่มีการนำหน้ากากอนามันมือสองมาขายทางออนไลน์ทางกระทรวงดิจิตอลก็ได้มีการตรวจสอบ ซึ่งล่าสุดเมื่ออาทิตย์ที่แล้วได้รับข้อมูลจากพี่น้องประชาชนว่ามีการโพสขายหน้ากากอนามัยไม่ได้คุณภาพขายทางออนไลน์ ซึ่งก็ได้มีการล่อซื้อและจับกุมดำเนินคดีไปแล้ว หากพี่น้องประชาชนพดการกระทำผิดก็สามารถแจ้งมาทางกระทรวงดิจิทัลโดยตรงหรือแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการ