จบ!! "บช.น."ยันไม่พบหลักฐาน ตำรวจรีดทรัพย์ "ดาราไต้หวัน" พร้อมเร่งประสานหน่วยงานต่างประเทศนำตัวสืบสวน

อาชญากรรม29 ม.ค. 2566 • 19:12 น.
จบ!! "บช.น."ยันไม่พบหลักฐาน ตำรวจรีดทรัพย์ "ดาราไต้หวัน" พร้อมเร่งประสานหน่วยงานต่างประเทศนำตัวสืบสวน

ความคืบหน้าปม สาวชาวไต้หวันอ้างว่า ถูกตำรวจตั้งด่านรีดทรัพย์ดาราสาวชาวไต้หวัน ยืนยันขณะนี้ยังไม่พบกลักฐานตามที่ถูกกล่าวอ้าง เร่งประสานหน่วยงานต่างประเทศนำตัวมาสืบสวน เนื่องจากเจ้าตัวเดินทางอแกนอกประเทศแล้ว ยอมรับเรื่องดังกล่าวสร้างความเสื่อมเสียให้ประเทศ หากพบ ตร.ผิด จะเนินเนินการขั้นเด็ดขาด

วันนี้ (29 ม.ค.) พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะโฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยหลังการประชุม ยืนยันว่าขณะนี้ สอบปากคำพยาน ไปแล้ว กว่า 10 คน เบื้องต้นยังไม่พบหลักฐานว่ามีการเรียกรับเงินตามถูกกล่าวอ้าง

ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบวัตถุพยาน ทั้งกล้องวงจรตามจุดต่างๆ กล้องหน้ารถของคนชับแกรป และกล้องคอมแบทคาเมร่า ที่ติดตัวของตำรวจ ทั้งหมดถูกส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานแล้ว

เบื้องต้นยืนยันแล้วว่า กล้องหน้ารถของคนขับแกรป ไม่สามารถกู้ไฟล์ภาพวิดีโอได้ถึงวันที่เกิดเหตุ เนื่องจากระยะเวลาผ่านเลยมานานกว่า 20 วัน แต่ในส่วนอื่นๆขณะที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล1 สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กับตำรวจที่ปฎิบัตืหน้าที่ในวันดังกล่าว และการตรวจค้นพบบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ยืนยันสามารถดำเนินคดีได้ ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร ยืนยันว่าไม่มีใครยื่นบุหรี่ไฟฟ้าให้สาวชาวไต้หวันตามที่กล่าวอ้าง

ในส่วนของเพื่อนชาย ทั้ง 3 คน ที่เดินทางมาด้วยกันในวันเหตุขณะนี้พบว่าทั้ง 3 คน เดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 5 และ วันที่ 9 มกราคม โดยเดินทางตามสาวชาวไต้หวันคนดังกล่าว ซึ่งปลายทางไม่ใช่ที่เดียวกัน

โดยขั้นตอนหลังจากนี้จะให้กองบังคับการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประสานไปยังกระทรวงต่างประเทศ เพื่อประสานไปยังสำนักงานเศรษฐกิจและการไต้หวัน เพื่อให้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจไต้หวัน เข้าไปสอบปากคำหญิงสาวคนดังกล่าว ทั้งนี้ หากตำรวจไต้หวัน ต้องการให้ตำรวจไทยร่วมสอบปากคำด้วย ก็พร้อมจะส่งเจ้าหน้าที่ไปสอบทันที

ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้น ยอมรับว่าส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทบถึงความเชื่อมั่นการท่องเที่ยวในประเทศไทย จึงต้องการให้สาวชาวไต้หวันพยานเข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงกับตำรวจเพื่อให้กระจ่างมากขึ้น

และขอให้สังคมออนไลน์ติดตามข้อมูลต่างๆที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น ยืนยันว่าไม่ได้ปกป้องหรือทำลายพยานหลักฐานต่างๆเพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดกล่าว ทั้งนี้หากพบว่ามีการรีดทรัพย์สาวชาวไต้หวันจริงก็จะดำเนินการโดยไม่ละเว้นทางวินัยและอาญา