ประธานศาลฎีกาออกหนังสือเวียนคุมเข้มมาตรการโควิด-19 หลังสาธารณสุขพบระบาดรอบ 2

อาชญากรรม20 ธ.ค. 2563 • 10:27 น.
ประธานศาลฎีกาออกหนังสือเวียนคุมเข้มมาตรการโควิด-19 หลังสาธารณสุขพบระบาดรอบ 2
วันที่ 20 ธ.ค.63 นายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่านาง เมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการศึกษาติดตามและแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการคดีภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งได้มีการเรียกประชุมเเก้ปัญหาสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า โดยประธานศาลฎีกาได้มีคำสั่ง ออกหนังสือเวียนถึงหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรมมีความว่า ตามที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ตลาดกุ้งและหอพักศรีเมือง จังหวัดสมุทรสาครและได้มีมาตรการกำหนดพื้นที่ควบคุมโรคเด็ดขาด 14 วันเริ่มตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค.63-3 ม.ค.2564 ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของบุคลากรของศาลยุติธรรม จึงขอให้ทุกหน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรมดำเนินการดังนี้ 1.สำรวจภายในหน่วยงานว่ามีบุคลากรในสังกัดพักอาศัยในจังหวัดสมุทรสาครเดินทางไปทำงานที่ศาลหรือหน่วยงานด้วยวิธีไป-กลับหรือตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.63 มีบุคลากรเดินทางไปยังจังหวัดสมุทรสาครหรือไม่และให้รายงานโดยด่วน ส่วน 2.กรณีมีบุคลากรที่มีความเสี่ยงตามข้อ 1 ให้ผู้รับผิดชอบราชการศาลหรือผู้อำนวยการศาลแล้วแต่กรณีพิจารณาให้บุคลากรรายดังกล่าว Work from home และสังเกตอาการตนเองตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค.63-3 ม.ค.64 หากพบว่ามีอาการให้รีบไปพบแพทย์และให้รายงานศูนย์ฯ โควิด (ACAC) โทร 082 993 3752 ทราบโดยเร็ว 3.ให้บุคลากรในสังกัดทุกคนดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดตามที่คณะอนุกรรมการศึกษาติดตามและแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการคดีภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 และสำนักงานศาลยุติธรรมกำหนดโดยเคร่งครัด ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า คณะอนุกรรมการดังกล่าว ตั้งขึ้นโดยมติคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมยุคนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกาในขณะนั้นได้ตั้ง นางเมทินี ประธานศาลฎีกาคนปัจจุบันเป็นประธานอนุกรรมการฯคอยติดตามประเมิณสถานการณ์ของไวรัสโควิดในส่วนที่เกี่ยวเกี่ยวข้องกับศาลยุติธรรมมาโดยตลอด โดยเมื่อเดือน พ.ย. 2563 ก่อนมีข่าวเเพร่ระบาดโควิดทางคณะกรรมการชุดดังกล่าวได้ออกมาตรการสำหรับเดือน ธ.ค.2563 ไว้แล้ว พร้อมเน้นย้ำให้ศาลต่างๆใช้มาตรการดังกล่าวอย่างเข้มงวดเเละต่อเนื่องต่อไปอย่างที่เคยทำมาตลอดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดไวรัส-โควิด 19