ถอนวีซ่า"หยู ซิน ฉี"! "บิ๊กโจ๊ก"สั่งบุกรวบตัวถึงบ้าน โดน 3 ข้อหาหนัก

อาชญากรรม17 ก.พ. 2566 • 13:41 น.
ถอนวีซ่า"หยู ซิน ฉี"! "บิ๊กโจ๊ก"สั่งบุกรวบตัวถึงบ้าน โดน 3 ข้อหาหนัก

เมื่อวันที่ 17 ก.พ.66 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. กล่าวถึง นายหยู ซิน ฉี ที่ฝ่ายค้านกล่าวหาว่าใช้สมาคมและโรงเรียนเถื่อนแอบอ้างเบื้องสูง เปิดทางขบวนการจีนเทาแบบนายชัยณัฐร์ หรือตู้ห่าว กรณ์ชายานันท์ ที่มาหากินในประเทศไทยว่า มีข้อมูล นายหยู ซิน ฉี แล้ว เมื่อคืนที่ผ่านมาได้ประสานพล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒน์ สัจจพันธุ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) เพิกถอนวีซ่านาย หยู ซิน ฉี ขณะนี้ยังไม่ได้ออกจากประเทศไทย ทราบพิกัดบ้านแล้ว วันเดียวกันนี้น่าจะได้ตัว เมื่อคืนตรวจสอบ นายหยู ซิน ฉี ยังอยู่บ้าน ในหมู่บ้านภัสสร ย่านวัชรพล-วงแหวน

"ก่อนหน้านี้ตำรวจมีข้อมูล เฝ้ามองพฤติกรรมอยู่ กลุ่มทุนจีนแบบนี้พฤติกรรมคล้ายเดิมเดินทางเข้ามาพยายามถ่ายรูปบุคคลสำคัญ แล้วเก็บไว้ ส่งกลับไปเมืองจีน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าอยู่เมืองไทยใช้เงินซื้อได้หมด แล้วแต่งเครื่องแบบมียศ มีตำแหน่ง มีเครื่องราชฯ เพื่อให้กลุ่มคนจีนที่จะเดินทางเข้ามามั่นใจการเข้ามาในประเทศไทยแล้ว มิหนำซ้ำนายหยู ซิน ฉี ซึ่งถือเป็นแถวแรกที่จะเดินทางเข้ามา ยังไปเก็บเงินจากคนกลุ่มจีนเหล่านั้นด้วย ทำตัวเป็นพี่ใหญ่"

เมื่อถามว่า พฤติกรรมจะให้สมาคมเถื่อน โรงเรียนเถื่อน มาเอื้ออำนวยสะดวกให้จีนเทาทำวีซ่าใช่หรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ใช่แล้ว รูปแบบการตั้งสมาคม เป็นเรื่องใหญ่ ที่จะสร้างหน้าตา สร้างความน่าเชื่อถือ พอเห็นว่าเข้ามาไทยได้ตั้งสมาคม ถ่ายรูปบุคคลสำคัญ ผู้ใหญ่ แม้แต่ตนยังมีรูปกับคนบางกลุ่ม เวลาไปงานแล้วไม่รู้ตัว มีคนขอถ่ายรูป คนจีนเหล่านี้ใช้วิธีการคล้ายๆ แล้วทำวีซ่าเข้าประเทศ

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวด้วยว่า เรื่องนี้ ทำให้ผมต้องวนซ้ำมาที่ ตม. ที่เป็นเสมือนเป็นรั้วรอบบ้านที่เข้มแข็งไม่ใช่ไปเอาคนร้ายเข้ามาเอง เพราะฉะนั้นการดำเนินคดีกับตำรวจตม. เมื่อวานได้กราบเรียนผบ.ตร.ไปแล้ว ซึ่งท่านได้กำชับให้ดำเนินคดีตรงไปตรงมา ดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ขณะนี้นักท่องเที่ยวจะเดินทางเข้าประเทศไทยมากขึ้น มาตรการการดูแลความปลอดภัยโดยเฉพาะตม.จะต้องนำมาใช้อย่างชัดเจน เพื่อเอาคนดีเข้าประเทศ ส่วน คนร้ายเข้าประเทศยาก

"แน่นอนย่อมผู้อยู่เบื้องหลัง นายหยู ซิน ฉี ใคร ต้องขอตรวจสอบก่อน เพราะถ้าเขาไม่มีใครช่วยเหลือ ไม่สามารถอยู่ในประเทศไทยได้ถึงขนาดนี้ ซึ่งต้องไล่ต่อ แต่คนละเครือข่ายกับตู้ห่าว"

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่ สำรับนายหยู ซิน ฉี นั้น จะตั้งข้อกล่าวหา 1.ความผิดฉ้อโกง เป็นการหลอกลวง ให้ลงทุนแล้วฉ้อโกง มีผู้เสียหายหลายรายทั้งไทยจีน หลอกให้ร่วมลงทุน ซื้อคอนโดฯ สร้างโรงแรม 2.ตั้งสมาคมเถื่อน 3.แอบอ้างเบื้องสูง หลังเพิกถอนวีซ่าแล้ว จะเอาตัวมากักในตม. แล้วดำเนินคดีความผิดอาญาในไทย หลังจากดำเนินคดีเสร็จ จะผลักดันออกนอกประเทศ แล้วขึ้นแบล็กลิสต์ขึ้นบัญชีถาวรห้ามเข้าประเทศอีกเด็ดขาด ส่วนการค้ามนุษย์ของ นายหยู ชิน ฉี ยังไม่มี ถ้าได้ตัวจะเข้าค้นรวบรวมพยานหลักฐาน น่าจะมีผู้เสียหาย หรือรับแจ้งความหลังจากนี้ นอกจากกลุ่มนี้ยังมีกลุ่มอื่นๆ ที่ได้เดินทางกลับประเทศไปแล้ว ตั้งแต่คดีตู้ห้าว เรื่องผับลับ ทั้ง ผบ.ตร. ตน และผบช.น.ได้ดำเนินการ ทำให้กลุ่มจีนรีบออกนอกประเทศ