ทนายนกเขา ร้อง ผบช.ภาค1 สอบข้อเท็จจริง มีคำสั่งห้าม พงส.บางนายเข้ามาเกี่ยวข้องในคดีการเสียชีวิตของ "แตงโม นิดา"
วันนี้ (11 เม.ย.) ที่กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค1 ถนนวิภาวดีรังสิต นายนิติธร ล้ำเหลือ กลุ่มประชาชนคนไทย (ปท.) หรือ "ทนายนกเขา" ได้เข้ายื่นหนังสือถึง พลตำรวจโท จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค1 เพื่อขอให้สอบข้อเท็จจริง และมีคำสั่งห้ามพนักงานสอบสวนบางนายเข้ามาเกี่ยวข้องการสืบสวนสอบสวนกรณีการเสียชีวิตของ "แตงโม" นิดา พัชรวีระพงษ์ ที่พลัดตกเรือสปีดโบ๊ท จมแม่น้ำเจ้าพระยาเสียชีวิต ชี้คดีมีความผิดปกติอาจมีการแทรกแซง
นายนิติธร กล่าวว่า จากกรณีที่นายสิทธา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้มได้ไปพูดในรายการโหนกระแสเมื่อวันที่ 4 เมษายน ที่ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 5-7 นายและบุคคลอื่นซึ่งไม่ทราบว่าเป็นใครมาพูดคุยกับทนายตั้มและต้องการให้ทนายตั้มให้การว่าปอกับโรเบิร์ตมาปรึกษา และไม่มีพิรุธแต่อย่างใด ตนจึงตั้งข้อสังเกตว่าเจ้าหน้าที่ที่ทำการสอบสวนนคดีอาจมีความเชื่อมโยงกับปอและโรเบิร์ตหรืออาจมีผลประโยชน์อื่นเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อความเสียหายในการสืบสวนคดีอย่างร้ายแรง และกระทบต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของตำรวจต้นจึงมาร้องขอให้ ผบช.ภ. 1 ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง
นายนิติธร ยังกล่าวขอให้ ผบช ภ.1 ตั้ง คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในคดี เช่น ตรวจสอบการใช้โทรศัพท์การเงินบัญชีธนาคารและอื่นๆ ของปอ โรเบิตร์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ และประเด็นมุมมองทัศนคติต่อคดีเป็นการเลือกข้างปฏิบัติหรือไม่ และตรวจสอบในสำนวนว่ามีความมุ่งหมายต่อคดีในการตั้งประเด็นเพื่อตอบคำถาม หรือคำให้การที่สอดคล้องเชื่อมโยงเพื่อให้ผู้ใดผู้หนึ่งพ้นจากข้อกล่าวหาพ้นจากความผิดในชั้นอัยการหรือชั้นศาลหรือไม่
รวมถึงขอให้มีคำสั่งให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี และผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนนทบุรีห้ามเกี่ยวข้องไม่ว่าทางใดๆต่อการสืบสวนของคดีการเสียชีวิตของแตงโม จนกว่าจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และเมื่อสอบข้อเท็จจริงได้ผลเป็นประการใดมีข้อสรุปเป็นอย่างไรขอให้แจ้งต่อสาธารณชนทันที
ซึ่งระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงขอให้สั่งการชะลอการสรุปสำนวนการสอบสวนคดีการตายของแตงโมออกไปก่อนเนื่องจากยังไม่มีข้อยุติว่ามีการดำเนินการใดในการสืบสวนคดีนี้ของผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรีและผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนนท์ว่ามีคำสั่งการใดๆที่ขัดต่อกฎหมายหรือไม่