ศาลอุทธรณ์ตัดสิน จำคุกแม่ข่าย “ยูฟัน” และ “เกย์นที”

อาชญากรรม30 ก.ค. 2563 • 19:30 น.
ศาลอุทธรณ์ตัดสิน จำคุกแม่ข่าย “ยูฟัน” และ “เกย์นที”
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้โทษ จำเลยคดีแชร์ลูกโซ่ “ยูฟัน” บางส่วนหลุดคดี แต่ยังให้แม่ข่ายระดับสูง และ “เกย์นที” จำคุกพร้อมชดใช้เงินกว่า 300 ล้าน ให้ผู้เสียหาย รอลุ้นฎีกา วันนี้ 30 ก.ค.) เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัว นายนที ธีระโรจนพงษ์ หรือเกย์นที กับพวก รวม 43 ราย จำเลยในคดีแชร์ลูกโซ่ “ยูฟัน” จากเรือนจำคลองเปรม มายังศาลอาญา เพื่อฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีหมายเลขดำอ.2279/58 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ฟ้อง นายอภิชณัฏฐ์ แสนกล้า นายนที ธีระโรจนพงษ์ หรือเกย์นที กับพวกรวม 43 ราย เป็นจำเลย ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชน” ที่ ห้องพิจารณาคดี 910 โดยศาลอุทธรณ์ ตรวจสำนวนประชุมหารือกันแล้วเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยบางส่วนฟังขึ้น จึงพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 7 คงมีความผิด จำนวน 2,451 กระทงๆละ5ปี คนละ 12,255 ปี ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และ จำคุกอีก 2 ปี ฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุกสูงสุดตามกฎหมาย 20 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(2) โดยให้ยกฟ้องฐานร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1,2,6,11 ในความผิดฐานร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยจำเลย ยังคงมีโทษ ฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุกสูงสุดตามกฎหมาย 20 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(2) (เดิมศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกสูงสุด 50 ปี) สำหรับนายนที จำเลยที่ 27 มีความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14(1) และ ที่จำเลย 27 อ้างว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับ บ.ยูฟันฯ หรือบริษัทในเครือและไม่เคยชักชวนให้บุคคลใดร่วมลงทุนนั้น ข้ออ้างมีน้ำหนักน้อยและขัดกับพฤติกรรม ไม่สามารถรับฟังหักล้างพยานหลักฐานโจทก์และโจทก์ร่วมได้จึงฟังได้ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าร่วมกับ บ.ยูฟันฯ กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนและฉ้อโกงประชาชนนั้นศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยที่ 27 ฟังไม่ขึ้น พร้อมทั้งให้ยกฟ้องจำเลยที่​15,16,22,23,29,31,36,37,40 ที่เคยถูกพิพากษาจำคุก ฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 และฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา343 และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 17,19 ในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยให้ยกคำขอที่จะให้จำเลยที่ 15,16,17,19, 22 ,23 ,29, 31,36 ,37, 40 ร่วมกันคืนเงินที่ฉ้อโกงแก่ผู้เสียหาย อย่างไรทีตามนอกจากที่ได้พิพากษาแก้แล้ว ส่วนอื่นก็ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และยังคงให้จำเลยที่ 1 ,2,4,5,6,7,11,12,13ซึ่งเป็นกลุ่มแม่ข่ายระดับสูง,27,42 ร่วมกันคืนเงินจำนวน 356,211,209 บาทให้แก่ผู้เสียหายทั้ง 2,451 คน ตามจำนวนที่แต่ละคนถูกฉ้อโกงไป พร้อมให้ชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ7.5ต่อปี นับแต่วันที่ให้กู้ยืม หรือวันสุดท้ายที่ให้กู้ยืม หรือวันสุดท้ายของเดือนที่ให้กู้ยืม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคำพิพากษาที่อ่านวันนี้ยังคงเป็นคำวินิจฉัยชั้นอุทธรณ์ โดยคดีนี้โจทก์จำเลยยังยื่นฎีกาได้อีกตามกฎหมาย