ทนาย'นักธุรกิจชาวสิงคโปร์'ยื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุดหลังมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องจำเลยคดีอุ้มปล้นทรัพย์

อาชญากรรม8 พ.ย. 2565 • 12:07 น.
ทนาย'นักธุรกิจชาวสิงคโปร์'ยื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุดหลังมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องจำเลยคดีอุ้มปล้นทรัพย์

วันที่ 8 พ.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า นายธัชชัย ก่อนิติพานิชกุล ทนายความของนายแดริล ไค หยางฮุ่ย ยื่นหนังสือต่อ อัยการสูงสุด ตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง กรณีมีการอุ้มปล้นทรัพย์นักธุรกิจชาวสิงคโปร์

จากกรณีที่เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ที่ผ่านมา พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 3 มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องในคดีที่ไฮโซทะเล, นายเพชร, พ.ต.ท.ทบทอง บุญหลง รอง ผกก.ฝอ. 5บก.อก.ภ.1 และพวกรวม 8 คน ร่วมกันอุ้ม ปล้นทรัพย์นายแดริล ไค หยางฮุ่ย นักธุรกิจชาวสิงคโปร์ จากสถานบันเทิง ย่านเหม่งจ๋าย พร้อมนำรถยนต์ปอร์เช่ รุ่นคาเยนน์ 1 คัน เงินสด และทรัพย์สินอื่นๆ รวมกว่า 4.5 ล้านบาทไป 

ในวันนี้ นายธัชชัย ก่อนิติพานิชกุล ทนายความของนายแดริล ไค หยางฮุ่ย นักธุรกิจชาวสิงคโปร์ ได้เดินทางมาที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการ เพื่อยื่นหนังสือขอให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีนี้

 โดยนายธัชชัย ระบุว่า ตนเองมองว่าพนักงานอัยการเร่งรัดการทำสำนวนเกินไปหรือไม่ เพราะมีการใช้เวลาเพียง 1 วัน ในการพิจารณาสำนวนและมีคำสั่งไม่ฟ้องคดีผู้ต้องหาฯ ตนเองเชื่อว่าพฤติกรรมดังกล่าว อาจจะเข้าข่ายการทุจริต หรือมีการกระทำผิดต่อหน้าที่ราชการ ของพนักงานอัยการที่เกี่ยวข้อง เพราะสำนวนการสอบสวนจำนวนหลายร้อยหน้า ปกติจะใช้เวลาการพิจารณาอย่างน้อย 2-3 ผัด หรือประมาณเกือบๆ เดือน ซึ่งพนักงานสอบสวนเองก็ยังแปลกใจเพราะสำนวนมีความรัดกุม รวมถึงศาลยังมีการอนุมัติออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหา พนักงานสอบสวนมีการส่งสำนวนในวันที่ 2 ตุลาคม แต่พอส่งสำนวนพนักงานอัยการกลับมีคำสั่งไม่ฟ้องโดยใช้เวลาเพียง 1 วัน ซึ่งพนักงานสอบสวนยังมองว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ที่จะพิจารณาได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่ภรรยาของนายแดริล ได้รับคือเรื่องของ สินบนหลายสิบล้านบาท ที่มีการจ่ายให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ ส่วนตัวไม่ติดใจการทำงานของทางพนักงานสอบสวน เพราะมีการทำงานติดต่อกันมาตลอด รวมถึงพนักงานสอบสวนยังมีการออกหมายจับและมีความเห็นส่งฟ้องตามขั้นตอน  ในวันนี้จึงนำหลักฐานมายื่นแสดงเพื่อให้ตรวจสอบ พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 3 ที่เป็นผู้ออกคำสั่งดังกล่าว 

ซึ่งข้อมูลที่ตนเองได้รับเป็นข้อมูลจากทางฝั่ง ผู้ต้องหาที่มีการติดต่อกับทางภรรยา นายแดริล ที่มีการระบุว่ามีคำสั่งไม่ฟ้องกลุ่มผู้ต้องหา และยังมีการพูดถึงประเด็นสินบนหลายสิบล้านด้วยเช่นกัน ซึ่ง

ในส่วนเรื่องของ นายแดริล บินออกนอกประเทศ ตนเองมองว่าเกิดจากความกลัวในคดีนี้ ที่กลุ่มผู้ต้องหาไม่ได้รับการเพิกถอนและต่อมามีคำสั่งไม่ฟ้อง ยิ่งทำให้ตัวนายแดริล หวาดกลัว เพราะเคยมีการบอกกับตนเองบ่อยครั้ง จนทำให้ตนเองต้องออกมาดำเนินการในวันนี้  แต่ที่มีการโยงว่าการหลบหนีออกนอกประเทศไปเพราะคดีฟอเร็กซ์ 3d ส่วนตัวไม่เชื่อเพราะที่ผ่านมานานแดริล มักจะบอกกับตนเองเสมอว่าในคดีฟอเร็กซ์ 3d  นายแดริล ก็เป็นผู้เสียหายที่ลงทุนไปหว่าร้อยล้านและเสียหายเช่นกัน แต่ที่ไม่เข้าแจ้งความเพราะกลัวว่าจะไม่ได้เงินคืน อีกทั้งนายแดริลยังบอกว่า หากตนเองเป็นคนผิดก็เชื่อว่า อัยการน่าจะมีความเห็นสั่งให้ดำเนินคดีกับตนเองตั้งแต่ชุดแรกพร้อมนายอภิรักษ์ ไม่ใช่กลุ่มที่ 3 แบบนี้

ซึ่งจากนี้ตนเองจะเดินหน้ายื่นหนังสือให้ครบ 4 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ 1.สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการฯ  2.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 3.สำนักงาน ป.ป.ช. (นนทบุรี) 4.สภาผู้แทนราษฎร (พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ)

ด้านนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ระบุว่าขั้นตอนต่อจากนี้จะนำหนังสือและข้อมูลหลักฐานทั้งหมดส่งให้ ท่านนารี ตัณฑเสถียร อัยการสูงสุด พิจารณา โดยจะมีการเร่งรัดการดำเนินการเพื่อให้รวดเร็วตามนโยบายของท่านอัยการสูงสุด