“ทนายไพศาล” พาแม่สาววัย 26 ดับปริศนาในรีสอร์ท และสาวในคลิป “กำสัอมแน่น” ร้อง ยธ. ขอความช่วยเหลือ
วันนี้ (7 ก.ค.) เวลา 10.30 น. ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ พา นางวรนุช เสรี แม่เลี้ยงของสาววัย 26 ปี เสียชีวิตปริศนาในห้องน้ำรีสอร์ทดังเกาะล้าน จ.ชลบุรี และ น.ส.เอ สาวผู้เสียหายในคลิป “กำส้อมแน่น” ถูกเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการคุกคาม เดินทางเข้าพบ ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการกระทรวงยุติธรรม ขอช่วยเหลือทางคดีและเรียกร้องขอความคุ้มครองในฐานะผู้เสียหายคดีอาญา โดยมี นายปริญญ์วัฒน์ เปี่ยมปิ่นวงศ์ ผอ.ศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้รับเรื่อง
ทนายไพศาล กล่าวว่า วันนี้พาผู้เสียหายมา 2 คดี 1.กรณีพ่อและแม่ผู้เสียชีวิตเป็นสาว อายุ 26 ปี เสียชีวิตปริศนาที่รีสอร์ท จ.ชลบุรี แต่ไม่มีความคืบหน้าทางคดีและไม่ได้รับการชดเชยเยียวยาจากคู่กรณี และ 2.สาวในคลิป “กำส้อมแน่น” แจ้งความ ถูกเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการราชการ คดีไม่คืบแต่กลับถูกชายหนุ่มฟ้องกลับ หมิ่นประมาท และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาขอความเป็นธรรม
ด้าน นางวรนุช เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดมาแล้ว 8 เดือน ตั้งแต่เดือน พ.ย.2564 ทางรีสอร์ทยังไม่แสดงความรับผิดชอบ มีเพียงพวงหรีดและเงินช่วยค่าทำศพ 5,000 บาท แถมยังต่อสู้กลับว่า เกิดจากความประมาทของผู้ตายเอง ยิ่งทำให้ครอบครัวรู้สึกเสียใจ กังวลเรื่องอิทธิพล และกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงขอให้ทนายไพศาลเรืองฤทธิ์เข้ามาช่วยเหลือพายื่นร้องขอความเป็นธรรมต่อกระทรวงยุติธรรม
นางวรนุช เผยว่า ส่วนการสืบสวนของตำรวจระบุว่า ที่เกิดเหตุเป็นห้องน้ำของห้องพัก ซึ่งเป็นแบบกระโจมผ้าใบสีขาวและเครื่องทำน้ำอุ่นเป็นระบบแก๊ส โดยภายในห้องน้ำไม่มีช่องระบายอากาศทำให้สาววัย 26 ปีเสียชีวิตขณะกำลังอาบน้ำ เนื่องจากขาดอากาศหายใจ ตรวจสอบสภาพศพไม่พบร่องรอยบาดแผลการถูกทำร้าย ไม่พบสารเสพติดหรือแอลกอฮอล์ในเลือด ตำรวจจึงดำเนินคดี ทางรีสอร์ทในข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
ส่วนทาง น.ส.เอ กล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่กำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่คนเดียวในร้านอาหาร อยู่ๆ ก็มีชายเมาเดินเข้ามาหาถึงโต๊ะ และพยายามพูดคุยชวนไปดื่มต่อ จึงปฏิเสธด้วยความสุภาพ แต่ชายคนดังกล่าวไม่ยอมกลับไป เลยหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายคลิป ขณะที่อีกมือหนึ่งกำส้อมแน่น เพราะรู้สึกกลัวที่ถูกคุกคามและหลังเกิดเหตุ ตอนแรกยังไม่ได้แจ้งความ แต่กลับถูกชายในคลิปแจ้งความดำเนินคดีก่อน ในฐานหมิ่นประมาทและ พ.ร.บ.คอมฯ
โดยชายคนดังกล่าวเป็นข้าราชการทำงานอยู่ที่ว่าการอำเภอแห่งหนึ่ง จ.พังงา ซึ่งเคยคุยกับผู้บังคับบัญชาของชายรายนี้ ผู้บังคับบัญชา ได้ทำการว่ากล่าวตักเตือน พร้อมบอกว่า ไม่ต้องลบคลิปให้เก็บไว้เป็นหลักฐาน หากจำเป็นให้แจ้งความดำเนินคดี
เบื้องต้นทางกระทรวงยุติธรรมจะเข้ามาช่วยเหลือดูแลเกี่ยวกับเรื่องการเยียวยา คุ้มครองสิทธิ์ในฐานะเป็นผู้เสียหายในคดีอาญา และ จะติดตามการดำเนินคดีให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย