ภ.7 สั่งเข้มแนวชายแดนหลังพบแรงงานเถื่อนลักลอบเข้าประทศผิดกฏหมาย

อาชญากรรม24 พ.ย. 2564 • 01:42 น.
ภ.7 สั่งเข้มแนวชายแดนหลังพบแรงงานเถื่อนลักลอบเข้าประทศผิดกฏหมาย
วันที่ 24 พ.ย.64 ที่ตำรวจภูธร 7 พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 กล่าวเปิดเผยว่า พื้นที่อำเภอสังขละจังหวัดกาญจนบุรีขนาดนี้บริเวณรอบแนวชายแดน มีการลักลอบเข้ามาในประเทศโดยผิดกฎหมายซึ่งทางกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ได้ร่วมบูรณาการ ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ลาดหญ้า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สังขละบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.134 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี ร่วมกันจับกุมบุคคลต่างด้าว จำนวน 121 คน เป็นชาย 76 คน หญิง 45คน ซึ่งเดินมาจาก ละไม เมาะลำไย ใจโถ เมาะละแหม่ง กอกะแร็ต เย ตะมะยะ,พยาตองซูจะเดินทางไปทำงานที่ที่บริเวณกลางป่าบ้านห้วยกบ หมู่ 4 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เพื่อเข้ามาหางานทำในพื้นที่ กรุงเทพ,สมุทรสาคร, สมุทรสงคราม,สระบุรี,ชุมพร,นนทบุรี สมุทรปราการ,ราชบุรี,ชลบุรี โดยจับกุมชาว ต่างด้าวลักลอบเข้าประเทศตามแนวเขตชายแดนพื้นที่ติดต่อทางช่องธรรมชาติ พล.ต.ท.ธนายุตม์ กล่าวว่าตามนโยบาย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดตามแนวชายแดน เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทั้ง ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง เพิ่มความเข้มงวด เฝ้าระวัง สกัดกั้นขบวนการขนย้าย ค้าแรงงานต่างด้าวที่แอบลักลอบเข้าประเทศไทยตามแนวชายแดนโดยผิดกฎหมาย หลังพบการรายงานการจับกุมการลักลอบขนย้ายแรงงานเถื่อนผ่านชายแดนมีความถี่มากขึ้น โดยให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพิ่มมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทุกประเภท ทั้งการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย การค้าอาวุธเถื่อนและยาเสพติด ควบคู่ไปกับมาตรการป้องกันและควบคุมโรค Covid-19 บริเวณชายแดน รวมทั้งใช้กลไก ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านจังหวัด ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดบูรณาการการทำงาน ร่วมกันและนำเทคโนโลยีมาใช้เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ และให้สถานที่กักกัน (OQ) ให้เพียงพอเพี่อรองรับการลักลอบข้ามแดนที่มากขึ้น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ Covid-19 อย่างมีประสิทธิภาพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติโดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ ดำเนินการปราบปรามจับกุมแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายอย่าง กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ได้เร่งรัดดำเนินการปราบปรามตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเคร่งครัด พล.ต.ท.ธนายุตม์ กล่าวอีกว่าจากการตรวจสอบพบว่าแรงงานที่ทำการลักลอบเข้ามานั้นไม่มีผู้นำพาหรือช่วยเหลือ ซ่อนเร้น จึงได้บูรณาการร่วมกันผลักดันกลับประเทศ ที่ช่องผ่านแดนถาวร พุน้ำร้อน และจุดผ่อนปรนช่องทางบ้านพุน้ำร้อน ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ที่ช่องทางพานิชย์ ซอย 9 บ.พระเจดีย์ ม.9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ,บริเวณกลางป่าบ้านห้วยกบ หมู่ 4 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี , บริเวณชายป่าชุมชนหมู่สุพรรณ ม.2 ต.บ้านเก่า อ.เมือง ตามข้อสั่งการ ของผู้ว่าราชการจังหวัด ในการประชุมศูนย์สั่งการชายแดน จังหวัดกาญจนบุรีตามข้อสั่งการ ของผู้ว่าราชการจังหวัด ในการประชุมศูนย์สั่งการชายแดน จังหวัดกาญจนบุรี ดังกล่าว