ศปอส.ตร. จับแก๊งหลอกรับจำนำรถยนต์ติดไฟแนนซ์ไปจำหน่าย

อาชญากรรม10 มิ.ย. 2562 • 04:51 น.
ศปอส.ตร. จับแก๊งหลอกรับจำนำรถยนต์ติดไฟแนนซ์ไปจำหน่าย
วันที่ 10 มิ.ย.62 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะ รองผู้อำนวยการ ศปอส.ตร. พล.ต.ท.ธีรพล คุปตานนท์ ผบช.ทท. พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 และ พล.ต.ต.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบช.ภ.1พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเชิดผบก.ปอศ.พล.ต.ต.พนันชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม.แถลงข่าวจับกุมกลุ่มคนร้ายหลอกรับจำนำรถยนต์ติดไฟแนนซ์ไปจำหน่าย พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและสารสนเทศ (ศปอส.ตร.)ร้องเรียนจากประชาชนจำนวนกว่า 100 ราย ซึ่งตกเป็นเหยื่อกลุ่มมิจฉาชีพ เปิดเพจเฟซบุ๊กชื่อ “รับจ ำนำรถติดไฟแนนซ์” (https://www.facebook.com/money4cars2/) เข้าข่ายกระทำความผิดฐาน ร่วมกัน ฉ้อโกงประชาชน จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และประสานพนักงานสอบสวนท้องที่เกิดเหตุดำเนินการสืบสวนทราบว่ามิจฉาชีพกลุ่มนี้มีผู้ต้องหากับพวก มีพฤติการณ์เปิดเพจเฟซบุ๊กชื่อ “รับจำนำรถยนต์ติดไฟแนนซ์” ซึ่งประชาชนโดยทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ โดยโฆษณาให้ประชาชนโดยทั่วไปนำรถยนต์ซึ่งตนเองครอบครองอยู่ แม้จะติดสัญญาการเช่าซื้อจากผู้อื่น มาจำนำกับกลุ่มคนร้ายได้ และมีการโฆษณาว่าจะเก็บรักษารถยนต์ที่นำมาจำนำไว้ในโกดังมีการรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี โดยคิดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงในภายหลังว่าเมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อจึงนำรถยนต์ที่อยู่ในความครอบครองของตนเอง ไปมอบให้กับกลุ่มคนร้ายโดยกลุ่มคนร้ายได้แบ่งหน้าที่ มีผู้รับจ ำนำรถยนต์ ผู้รับรถยนต์จากผู้เสียหาย นำรถยนต์มาส่งต่อกับกลุ่มคนร้ายที่เป็นนายทุน นำไปเก็บรักษา และในการรับรถยนต์จะเดินทางมารับรถยนต์ตามสถานที่ต่างๆ ไม่ซ้ำกัน จากนั้นคนร้ายจึงมอบเงินค่าจำนำรถให้กับผู้เสียหายจำนวนคันละประมาณ 50,000-150,000 บาท จากนั้นกลุ่มคนร้ายจะนำรถยนต์ของผู้เสียหายหลบหนีไป โดยที่ผู้เสียหายยังชำระดอกเบี้ยตามที่ตกลงไว้กับกลุ่มคนร้ายโดยโอนเงินเข้าบัญชีผู้ต้องหา ต่อมาปรากฏว่าผู้เสียหายตรวจสอบพบว่ารถยนต์ของตนเองมีบุคคลอื่นการน าไปใช้งานโดยมีใบสั่งคดีจราจรส่งมายังผู้ครอบครองและรถยนต์บางคัน นำไปใช้ในการกระทำความผิดขนยาเสพติดและถูกยึดเป็นของกลาง จึงได้ติดต่อขอไถ่ถอนรถยนต์ของตนเองคืน จากกลุ่มคนร้าย แต่กลุ่มคนร้ายได้บ่ายเบี่ยงไม่ยอมคืนรถยนต์แต่อย่างใด เป็นเหตุให้มีผู้เสียหายได้รับความเสียหายจำนวนมาก จึงได้เข้าร้องทุกข์กับศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศจนสามารถทำการยึดรถยนต์ที่ถูกจำหน่ายออกไปคืนได้จ านวน 13 คัน เป็นของกลางนำกลับคืนให้กับผู้เสียหาย ต่อมาวันที่ 6 มิถุนายน 2562 พนักงานสอบสวนศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศและพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติต่อศาลเพื่อออกหมายจับผู้ต้องหาผู้ร่วมกระทำความผิดทั้ง 7 ราย ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง”ระวางโทษ "จำคุกไม่เกินสามปี ปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้ง ปรับ" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,341,ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน”ระวางโทษ "จำคุกไม่เกินห้าปี ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,343