ตำรวจจ่อแจ้งข้อหาชายคลุ้มคลั่งยืนชี้หน้า รปภ.ท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิ

อาชญากรรม23 ต.ค. 2562 • 07:12 น.
ตำรวจจ่อแจ้งข้อหาชายคลุ้มคลั่งยืนชี้หน้า รปภ.ท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิ
วันที่ 23 ต.ค.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีที่มีชายคลุ้มคลั่งยืนชี้หน้า เจ้าหน้าที่ รปภ. ท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิ ว่า เมื่อวันที่ 22 ต.ค.62 เวลาประมาณ 01.41 น. สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้รับแจ้งขอให้ช่วยระงับเหตุชายไทย ไม่ทราบชื่อ ขับขี่รถยนต์ผ่านเข้าประตูทางเข้าเขตสินค้าปลอดอากร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยไม่มีการแลกบัตรเข้า กับเจ้าหน้าทั่ รปภ. เมื่อเจ้าหน้าที่ รปภ. ติดตามไปและแจ้งให้กลับไปแลกบัตรที่ประตูทางเข้า ชายคนดังกล่าวลงจากรถและแสดงอาการไม่พอใจ เอะอะโวยวาย ต่อว่าเจ้าหน้าที่ รปภ. และทุบรถของบริษัท ASM ซึ่งเป็นบริษัท รปภ.เสียหาย หลังจากรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจพร้อมกำลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ของเขตสินค้าปลอดอากรศุลกากร อยู่ภายในพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พบชายคนดังกล่าวกำลังเดินไปมาพูดจาโวยวายเสียงดัง เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปพูดคุยเจรจาให้ชายคนดังกล่าวระงับสติอารมณ์ลง ระหว่างนั้นมีชายสูงอายุคนหนึ่ง เดินทางมายังที่เกิดเหตุแจ้งว่าเป็นบิดาของชายคนดังกล่าว และเดินเข้าไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ รปภ.จากนั้นรีบนำตัวชายคนดังกล่าวขึ้นรถยนต์ขับออกไป จากการสอบถามเหตุการณ์ในภายหลัง ทราบว่า เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น.เศษ ชายคนดังกล่าวขับขี่รถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า แคมรี่ สีขาว ทะเบียน ชห-3636 กทม. ผ่านเข้ามาที่ประตูทางเข้า GH2 ของเขตสินค้าปลอดอากรของศุลกากร โดยไม่ได้รับบัตรผ่านเข้าพื้นที่ และได้ขับรถไปจอดหน้าตึก CE เมื่อเจ้าหน้าที่ รปภ. ภายในพื้นที่พบเห็นจึงได้ตามไปและแจ้งให้กลับไปรับบัตรเข้าพื้นที่ เนื่องจากมีการบันทึกหมายเลขทะเบียนรถยนต์ไว้ในระบบแล้ว แต่ชายผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวแสดงอาการไม่พอใจ ในช่วงเวลาดังกล่าว เจ้าหน้าที่ รปภ. ได้เรียกขอกำลังสนับสนุน โดยมีรถจำนวนสองคันที่ขับมาในพื้นที่คือ รถยนต์สายตรวจของบริษัท ASM ทะเบียน กศ-7619 กทม. และ รถยนต์สายตรวจของบริษัท ASM ทะเบียน 5 กฮ-1041 กทม. ชายคนดังกล่าวยังแสดงอาการไม่พอใจ มีการโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่ รปภ. พร้อมใช้มือไปทุบตีรถทั้งสองคัน จนได้รับความเสียหาย และมีการกระทบกระทั่งและทำร้ายเจ้าหน้าที่ รปภ.ที่เข้าไประงับเหตุดังกล่าว ต่อมาเจ้าหน้าตำรวจได้เข้ามาช่วยระงับเหตุหลังจากเกิดเหตุการณ์ขึ้น จนต่อมาได้มีชายสูงอายุ เดินมายังพื้นที่เกิดเหตุ และพาตัวชายคนดังกล่าวขับออกจากพื้นที่ไป พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญเจ้าหน้าที่ รปภ.ของบริษัท ASM และ เจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่อยู่ขณะเกิดเหตุ มาพบพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับชายคนดังกล่าวในข้อหาความผิด ทำให้เสียทรัพย์, ทำร้ายร่างกายไม่เป็นอันตรายแก่กายฯ , ก่อความเดือดร้อนรำคาญ และความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ตามกฎหมาย ซึ่งในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สามารถพิสูจน์ทราบ ตัวผู้ก่อเหตุแล้ว โดยบิดาผู้ก่อเหตุจะพาตัวผู้ก่อเหตุ มาพบพนักงานสอบสวน เพื่อจะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ในส่วนประเด็นที่มีการอ้างเรื่องพ่อนั้น ไม่เกี่ยวว่าจะเป็นใคร อย่างไร ถ้าหากผู้ก่อเหตุได้กระทำความผิดกฎหมายแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะดำเนินคดีกับผู้นั้นทุกราย