"บิ๊กโจ๊ก" สั่งจับต่างด้าวถือครองที่ดินโดยผิดกฎหมาย ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่
"ที่ดิน เป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ในการดำรงชีพ เป็นที่อยู่อาศัย ของทุกครัวเรือน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของโดยตรงหรือเช่าพัก เป็นหนึ่งในทรัพยากรที่มีอยู่ สมัยก่อนประชากรในประเทศมีน้อย ที่ดินมีมาก จึงไม่มีราคาสูงอย่างปัจจุบัน ใครมีแรงแผ้วถางป่าเพื่อครอบครอง บุคคลนั้นเป็นเจ้าของหรือมีกรรมสิทธิ์"
ตามที่ปรากฏในหลักศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง หลักที่ 1 ว่า “ไพร่ในเมืองสุโขทัยนี้จึงชม สร้างป่าหมาก ป่าพลู ทั่วเมืองนี้ทุกแห่ง ป่าพร้าวก็หลายในเมืองนี้ ป่าลางก็หลายในเมืองนี้ หมากม่วงก็หลายในเมืองนี้ หมายขามก็หลายในเมืองนี้ ใครสร้างได้ไว้แก่มัน” และ กฎหมายตราสามดวงในพระอัยการเบ็ดเสร็จ มาตราที่ 36 กล่าวไว้ว่า “ถ้าผู้ใดก่นสร้างเลิกรั้งที่ไร่นาเรือกสวนนั้น ให้ไปบอกแก่เสนานายระวางนายอากรไปดูที่ไร่นาเรือกสวนที่ก่นสร้างนั้นให้รู้มากแลน้อยด้วย ให้เสนานายระวางอากรเขียนโฉนฎให้ไว้แก่ผู้เลิกรั้งก่นสร้างนั้น” ในรัชสมัย
ต่อมารัชสมัยรัชกาลที่ 4 มีการออกโฉนดตราแดงเป็นหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินที่เป็นนาเพื่อเก็บเงินภาษีค่านา ในรัชสมัยของพระองค์ได้มีพระบรมราชโองการประกาศกําหนดที่ให้ขาย ให้ ให้เช่า แก่คนนอกประเทศ ตามประกาศ ณ วันพฤหัสบดี ขึ้นสองค่ำ เดือนเจ็ด ปีมะโรง นักษัตรอัฐศก ศักราช 1218 (พ.ศ.2399) มีใจความว่าที่ดินภายในพระนคร และห่างกําแพงพระนครออกไปในรัศมี 200 เส้น ห้ามไม่ให้ผู้ใดขายที่ดินแก่คนต่างประเทศที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทยไม่ถึง 10 ปี หากผู้ใดมีความจําเป็นอาจได้รับอนุญาตจากเสนาบดีจึงจะขายได้
ประเทศไทย เดิมทีคนต่างชาติหรือตามภาษากฎหมายที่เรียกกันว่า “คนต่างด้าว” ไม่สามารถถือครองที่ดินในประเทศไทยได้ แม้จะแต่งงานกับคนไทย เจ้าหน้าที่กรมที่ดินก็จะต้องสอบสวนให้ได้ความว่าเงินที่นำมาซื้อที่ดินนั้นเป็นสินส่วนตัวของคู่สมรสที่ถือสัญชาติไทย หากเงินที่นำมาซื้อที่ดินเป็นสินสมรสก็จะไม่ยอมจดทะเบียนซื้อขายที่ดินให้
กรณีที่ชาวต่างชาติสามารถถือครองที่ดินได้เฉพาะจากการรับมรดกเท่านั้น ซึ่งตามประมวลกฎหมายที่ดินได้กำหนดให้ถือครองที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยได้ไม่เกิน 1 ไร่ หากใช้เพื่ออุตสาหกรรมหรือใช้เพื่อเกษตรกรรมไม่เกิน 10 ไร่ ส่วนกรณีคอนโดฯ หรืออาคารชุด คนต่างด้าวสามารถถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดได้ แต่เมื่อรวมกันทั้งโครงการแล้วสัดส่วนการถือครองของคนต่างด้าวทั้งหมดต้องไม่เกินร้อยละ 49 กรณีนิติบุคคลต่างด้าวสามารถถือครองได้ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520 อนุญาตให้ถือครองที่ดินได้ตามที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเห็นสมควร
สืบเนื่องจากมีบุคคลต่างด้าวเข้ามาอยู่ในประเทศไทย ซื้ออสังหาริมทรัพย์และถือครองที่ดิน ใน จ.เชียงใหม่ เป็นจำนวนมาก "บิ๊กเด่น"
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ,"บิ๊กรอย" พล.ต.อ. รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. และ"บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. สั่งการให้ บก.ตม.5 ร่วมกับ ภ.จว.เชียงใหม่ ตรวจสอบบริษัท ที่เข้าข่ายต้องสงสัยที่ใช้ช่องว่างของกฎหมายในการถือครองตรวจสอบการถือครองที่ดินอสังหาริมทรัพย์และประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พบว่า มีบริษัทแห่งหนึ่งเข้าข่ายลักษณะดังกล่าว จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พงส.สภ.สันกำแพง ภ.จว.เชียงใหม่ จึงเร่งรัดให้รวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการขอหมายจับต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ สามารถออกหมายจับผู้ต้องหา จำนวน 8 หมาย ได้แก่ นิติบุคคล 1 หมาย คนจีน จำนวน 3 หมาย และคนไทย จำนวน 4 หมาย
ต่อมาวันที่ 28 มี.ค.66 ภ.จว.เชียงใหม่ , บก.ตม.5 ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการปิดล้อมและติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 5 ราย ดังนี้ 1.บริษัท ฟ้าหลวงการเกษตร จำกัด แจ้งข้อกล่าวหา Mrs.Qingfang Li (นางชิ่งฟาง หลี่) ข้อหา “เป็นคนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต” 2.Mrs.Qingfang Li (นางชิ่งฟาง หลี่) สัญชาติจีน เป็นผู้ที่ใช้ชื่อ นางปาริชาติฯ ถือหุ้นแทนตนและเป็นกรรมการ(Nominee) ข้อหา “เป็นคนต่างด้าว ยินยอมให้ผู้มีสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่มิใช่คนต่างด้าว ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และเป็นกรรมการ หุ้นส่วน หรือผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลซึ่งรู้เห็นเป็นใจกับการกระทำความผิดนั้นหรือมิได้จัดการตามสมควรเพื่อป้องกันมิให้เกิดความผิดนั้น และร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานโดย ประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย” 3.นางปาริชาติ เป็นผู้ที่ถูก Mrs.Qingfang Li (นางชิ่งฟาง หลี่) ใช้ชื่อถือหุ้นแทนตนและเป็นกรรมการ(Nominee)ข้อหา “เป็นผู้ช่วยเหลือ หรือสนับสนุน ให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการค้าขายอสังหาริมทรัพย์ โดยการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว เพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ซึ่งการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการค้าขายอสังหาริมทรัพย์นี้เป็นธุรกิจที่ไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบกิจการด้วยเหตุผลพิเศษ ตามบัญชีท้าย บัญชีหนึ่ง ลำดับที่ 9 การค้าที่ดิน , เป็นกรรมการ หุ้นส่วน หรือผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล ซึ่งรู้เห็นเป็นใจกับการกระทำความผิดนั้นหรือมิได้จัดการตามสมควรเพื่อป้องกันมิให้เกิดความผิดนั้น และร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย”
4.นายมานัส สัญชาติไทย เป็นนอมินี(Nominee) ข้อหา “เป็นผู้ช่วยเหลือ หรือสนับสนุน ให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการค้าขายอสังหาริมทรัพย์ โดยการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว เพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ซึ่งการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการค้าขายอสังหาริมทรัพย์นี้เป็นธุรกิจที่ไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบกิจการด้วยเหตุผลพิเศษ ตามบัญชีท้าย บัญชีหนึ่ง ลำดับที่ 9 การค้าที่ดิน” 5.นายสัญชัย แซ่จาง สัญชาติไทย เป็นกรรมการ (เฉพาะแรงงาน ,ตรวจคนเข้าเมือง , สรรพากร , ศุลกากร , ประกันสังคม , ที่ดิน) ข้อหา “เป็นกรรมการ หุ้นส่วน หรือผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลซึ่งรู้เห็นเป็นใจกับการกระทำความผิดนั้นหรือมิได้จัดการตามสมควรเพื่อป้องกันมิให้เกิดความผิดนั้น”
"บิ๊กโจ๊ก"พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่าสำหรับรายอื่นๆ โดยเฉพาะคนจีน 2 ราย ที่หลบหนีไปอยู่ต่างประเทศ และคนไทยิีก 1 ราย อยู่ระหว่างดำเนินการเร่งรัดติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป