บก.ตม.1รวบหนุ่มแดนมังกร ตุ๋นเพื่อนร่วมชาติสูญเงินกว่า 5 ล.และกวาดล้างแรงงานเถื่อน

อาชญากรรม15 มิ.ย. 2566 • 09:30 น.
บก.ตม.1รวบหนุ่มแดนมังกร ตุ๋นเพื่อนร่วมชาติสูญเงินกว่า 5 ล.และกวาดล้างแรงงานเถื่อน

วันที่ 15 มิ.ย.66 ที่ บก.สส.ตม.1 พล.ต.ต.ปิยะอนันต์   โตสกุลวงศ์ ผบก.ตม.1แถลงข่าว1. สืบสวน ตม.1 บุกรวบหนุ่มแดนมังกร ตุ๋นเพื่อนร่วมชาติขนเงินมาลงทุน สูญเงินกว่า 5 ล้าน 2. สืบสวน ตม.1 ระดมกวาดล้างจับผู้รับเหมาขน แรงงานเถื่อน “อยู่เกิน-ไร้ใบอนุญาตทำงาน”
 ​พล.ต.ต.ปิยะอนันต์  กกล่าวว่ ​​ตามนโยบาย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม.ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีหมายจับตำรวจสากล หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หรือเป็นลักษณะการกระทำผิดเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ​​​​​ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองโดย พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม.  พร้อมด้วย พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.ปิยะอนันต์ โตสกุลวงศ์ ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.ภาสกร รัตนปนัดดา รอง ผบก.ตม.1 ได้สั่งการมอบหมายให้ ​​​​​​​พ.ต.ท.สุริยะ พ่วงสมบัติ รอง ผกก.สืบสวน.บก.ตม.1 พร้อมชุดสืบสวนฯ  ร่วมกันแถลงข่าวผลการปฏิบัติที่น่าสนใจในรอบเดือน มิ.ย.2566 ดังนี้ 
1.สืบสวน ตม.1 บุกรวบหนุ่มแดนมังกร ตุ๋นเพื่อนร่วมชาติขนเงินมาลงทุน สูญเงินกว่า 5 ล้าน ​​​​​​​
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา ได้มีผู้เสียหายชาวจีนรายหนึ่งชื่อนางหมิง (นามสมมติ) ได้เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ให้ดำเนินคดีกับนายไทเกอร์ (นามสมมติ) อายุประมาณ 40 ปี สัญชาติจีน เนื่องจากเมื่อช่วงต้นปี 2566 ตนได้มาขอคำปรึกษาจากนายไทเกอร์ เกี่ยวกับช่องทางและโอกาสในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะอาคารชุดซึ่งคนต่างชาติสามารถถือครองกรรมสิทธิ์ได้ เนื่องจากไว้วางใจ เห็นว่านายไทเกอร์เองเป็นคนจีนเช่นกัน มีที่พักและทำธุรกิจในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มาก่อนตน ซึ่งนายไทเกอร์ได้ให้คำปรึกษาและชักชวนให้ตนนำสกุลเงินดิจิตอลสกุล USDT ซึ่งตนมีอยู่ แต่ไม่สามารถนำมาทำสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ได้มาแปลงเป็นเงินบาทไทย โดยเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 ตนได้โอนเงินดิจิตอลสกุลดังกล่าวไปยัง address ของ e-wallet ของแพลตฟอร์มคริปโตเคอเรนซี่ ซึ่งนายไทเกอร์อ้างว่าเป็นของพรรคพวก จำนวนกว่า 80,000 USDT หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 3 ล้านบาท ซึ่งต่อมานายไทเกอร์ก็ได้นำเงินสด 3 ล้านบาทไทย มาคืนให้กับตนได้จริง นางหมิงผู้เสียหายจึงเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ และต่อมาในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2566 ได้ตัดสินใจโอนเงินไปอีก ประมาณ 140,000 USDT หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 5 ล้านบาท แต่ครั้งนี้ นายไทเกอร์ได้ปิดกั้นทุกช่องทางการติดต่อ ไม่สามารถติดต่อได้ และหลบหนีออกจากพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ นางหมิง ผู้เสียหาย จึงมาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถขออนุมัติหมายจับจากศาลได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนหาข่าวเกี่ยวกับสถานที่พักอาศัยของผู้ต้องหาตามหมายจับรายนี้ เรื่อยมา
​​ต่อมาในวันที่ 13 มิถุนายน 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 สืบทราบที่พักอาศัย ที่นายไทเกอร์ใช้หลบซ่อนตัวอยู่ ในพื้นที่ปริมณฑล ​​​​​​​จึงนำกำลังไปซุ่มสังเกตพฤติกรรม เมื่อพบนายไทเกอร์ มีตำหนิรูปพรรณสัณฐานตรงตามหมายจับ จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แสดงหมายจับ แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ และแจ้งสิทธิ์ของผู้ถูกจับให้ทราบ ควบคุมตัวผู้ต้องหาทำบันทึกจับกุม และควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตาม กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 จะได้เร่งรัดสืบสวนขยายผล ว่ามีผู้ใดร่วมในการกระทำความผิดอีกหรือไม่ต่อไป ​​​​​​​
2. ตม.1 ระดมกวาดล้าง จับผู้รับเหมา 2 ราย รับคนงานต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตและอยู่เกินกำหนด 17 รายกก.สืบสวน บก.ตม.1 ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ได้รับมอบหมายและสั่งการจากผู้บังคับบัญชา ในการสืบสวนปราบปราม และระดมกวาดล้างแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง และบุคคลต่างด้าวที่อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้ออกตรวจตราในพื้นที่รับผิดชอบจนกระทั่งไปถึงที่บริเวณภายในสถานก่อสร้างไม่มีเลขที่ ภายในซอยสวนผัก 34 แขวงตลิ่งชัน  เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 
พบกลุ่มแรงงานต่างด้าวทำงานก่อสร้างอยู่ภายในสถานที่ดังกล่าวโดยมีนายเอกชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี ชาวจังหวัดสมุทรปราการ และนายอนุชิต (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ชาวจังหวัดชัยภูมิ แสดงตนเป็นผู้รับเหมาดูแลการก่อสร้าง จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ และขอตรวจสอบเอกสารประจำตัวของคนต่างด้าว รวมถึงใบอนุญาตทำงาน ผลการตรวจสอบพบมีบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมาเป็นชายจำนวน 7 คน หญิง 1 คน สัญชาติกัมพูชาเป็นชายจำนวน 4 คน หญิงจำนวน 5 คน รวมทั้งสิ้น 17 คน อยู่ในราชอาณา
จักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด และทำงานไม่ตรงกับนายจ้างในปัจจุบันที่ระบุไว้ในเอกสารของคนต่างด้าว จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและควบคุมตัวทำบันทึกจับกุม ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ​​​​​​​
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ใคร่ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนในการช่วยกันสอดส่องเป็นหูเป็นตาและแจ้งเบาะแส โดยขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507  ซ.สวนพลู  แขวงทุ่งมหาเมฆ  เขตสาทร  กรุงเทพมหานคร  10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน 1178  หรือที่ www.immigration.go.th