จับแก๊งขอทานต่างด้าวอาละวาดช่วงเดือนรอมฎอน

อาชญากรรม17 มิ.ย. 2562 • 08:34 น.
จับแก๊งขอทานต่างด้าวอาละวาดช่วงเดือนรอมฎอน
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 มิ.ย. 2562 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.สัญชัย สุนทรบุระ ผบช.สทส. /หน.ชป.TICAC เป็นประธานการแถลงข่าวผลการปฏิบัติงานของชุดปฏิบัติ TICAC ประจำเดือนพ.ค. 2562 โดยมี พล.ต..ต.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบช.ภ.1/รอง หน.ชป.TICAC, พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ รอง ผบช.ก. /หน.ศส.ชป.ส่วนกลาง ศพดส.แถลงข่าวจับแก๊งขอทานต่างด้าวอาละวาดช่วงเดือนรอมฏอน พล.ต.ท.สัญชัย กล่าวว่าตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ การค้าประเวณี การล่วงละเมิดเด็กและเยาวชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้จัดตั้ง ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศพดส.ตร.) ขึ้น และตั้งชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (Thailand Internet Crimes Against Children -TICAC Task Force) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จตช./ผอ.ศพดส.ตร. ,พล.ต.ท.สัญชัย สุนทรบุระ ผบช.สทส. /รอง ผอ.ศพดส.ตร.(4) เป็น หน.ชุดปฏิบัติการ TICAC เพื่อเร่งดำเนินการสืบสวนแก้ไขปัญหาดังกล่าว เมื่อประมาณช่วงกลางเดือนพ.ค. 2562 คณะทำงานป้องกันและปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต (TICAC) ได้รับแจ้งจากมูลนิธิ Hug Project ว่าในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ได้มีกลุ่มชาวต่างชาติ มาเร่ขอทานเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นช่วงเดือนรอมฎอนของพี่น้องชาวมุสลิมในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้เสียภาพลักษณ์ และการท่องเที่ยว ในพื้นที่ อีกทั้งยังอาจจะเป็นความผิดฐานค้ามนุษย์ด้วย เจ้าหน้าที่คณะทำงานจึงทำการลงพื้นที่หาข่าวตามเรื่องที่ได้รับแจ้งมา พบว่ามีกลุ่มชาวต่างชาติมาขอทานอยู่จริง จึงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง,กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 กองบังคับการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ พัฒนาสังคมจังหวัดปัตตานี ได้ร่วมกันบูรณาการวางแผนเพื่อดำเนินการจับกุม ผลการจับกุมสามารถดำเนินคดีกับผู้ต้องหาซึ่งเป็นชาวสัญชาติพม่า ได้จำนวน 4 ราย แจ้งข้อหาในความผิดฐานขอทานโดยผิดกฎหมายและเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีอัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ ขณะที่จากการจับกุมดังกล่าวนั้น ได้ช่วยเหลือเด็กซึ่งผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นบุตรของตนไว้ได้จำนวน 10 คน จากนั้นได้ดำเนินการคุ้มครองเด็กไว้แล้วโดยปัจจุบันเด็กอยู่ในความดูแลของศูนย์คนไร้ที่พึ่ง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เพื่อดำเนินการตรวจสอบ DNA ว่าเป็นบุตรของผู้ต้องหาจริงหรือไม่ โดยหากพบการกระทำความผิดเพิ่มเติมจะได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหาในโอกาสต่อไป ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะได้เร่งรัดจับกุมผู้กระทำผิดในลักษณะนี้ต่อไป