ระทึก!เหล็กนั่งร้านรองรับแบบพื้นอาคารสูง 11 ชั้น ถล่มคนงาน กว่า 10 คนหวิดดับ

อาชญากรรม28 พ.ค. 2560 • 11:09 น.
ระทึก!เหล็กนั่งร้านรองรับแบบพื้นอาคารสูง 11 ชั้น ถล่มคนงาน กว่า 10 คนหวิดดับ
ระทึก!เหล็กนั่งร้านรองรับแบบพื้นอาคารสูง 11 ชั้นรับน้ำหนักปูนไม่ไหวพังถล่มคนงานกว่า 10 คน หวิดดับ เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 28 พ.ค.60 ร.ต.อ.นพภา ทองบ่อ ร้อยเวร สน.ลุนพินี ได้รับแจ้งมีเหตุนั่งร้านก่อสร้างถล่มและมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ภายในสถานที่ก่อสร้างอาคาร "เดอะมาร์เก็ต บาย แพลทินัม" ถนนเพชรบุรี ซอยเพชรบุรี 32 แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กทม.จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.สุทธิพงษ์ พุทธิพงษ์ รอง ผกก.สายตรวจและปฎิบัติการพิเศษ(191)เจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่เขตปทุมวัน และมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุกำลังก่อสร้างอาคารพาณิชย์ มีร้านค้า ภัตตาคารและที่จอดรถ สูง 11 ชั้น ซึ่งกำลังเทปูนได้แค่ชั้น 4 พบว่าเหล็กนั่งร้านรองรับแบบพื้นชั้น 4 ทางด้านขวามือพังถล่มลงมากองอยู่ที่ชั้น 3 เบื้องต้นทราบว่ามีคนงานได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 ราย ทางหัวหน้าคุมงานได้นำส่งรักษาตัวที่ รพ.ตร.ไปก่อนหน้านี้ ชื่อนายหม่องโด อายุ 42 ปี นายหม่องชู อายุ 32 ปี และนายวิน อายุ 48 ปี ทั้งหมดเป็นแรงงานชาวพม่า ซึ่งมีบาดแผลถลอกได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย จากการสอบสวนนายสันติสุข ชื่นชมบุญ อาย 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 990/1 ซอยเพชรบุรี 32 แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กทม.เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุนั่งเล่นอยู่ที่สมาคมพุทธแสงธรรมข้างคลองแสนแสบ ประตูน้ำ ตรงข้ามกับสถานที่ก่อสร้าง ระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงดังโครมคลายตึกถล่ม จึงออกมาดูก็เห็นคนงานทั้งชาย-หญิงประมาณ 10 คน เกาะโครงเหล็กและมีเสียงร้องตะโกนขอความช่วยเหลือว่ามีคนติดอยู่ภายใน และมีแรงงานบางส่วนต่างวิ่งหนีตายลงมาจากอาคารเป็นจำนวนมาก จากการสอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุมีคนงานทำงานในไชค์งานทั้งหมดกว่า 100 คน มีทั้งแรงงานชาวไทยและต่างด้าว ส่วนจุดที่เกิดเหตุขณะนั้นกำลังเทปูนพื้นอาคารชั้น 4 มีคนงานทำงานอยู่ประมาณ 10 กว่าคน ระหว่างที่เครนยกกะบะใส่ปูนขึ้นมาเทปูน ปรากฎว่าเหล็กนั่งร้านที่รองรับแบบพื้นอาคารเกิดรับน้ำหนักไม่ไหวและทรุดตัวพังถล่มลงมา จนทำให้คนงานที่คอยเกลี่ยปูนให้เสมอกัน เกิดล่วงลงมาได้รับบาดเจ็บดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เรียกตัวผู้ที่เกี่ยวข้องมาทั้งเจ้าของโครงการ โฟแมนคุมงานและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่รับผิดชอย มาทำการสอบสวนหาสาเหตุ เพื่อดำเนินการตากฎหมายต่อไป