ผบ.ตร. สั่งสอบตำรวจ สน.ทองหล่อ รีดเงินชาวฝรั่งเศส
วันที่ 23 ธ.ค.62 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผย จากกรณีที่นักท่องเที่ยวหนุ่มชาวฝรั่งเศส ถูกตำรวจ สน.ทองหล่อ รีดเงินกว่า 8 พันดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 2.5 แสนบาท หลังถูกตรวจค้นยาเสพติด ขณะเดินอยู่ในซอยสุขุมวิท 43 แต่ไม่พบ เอาตัวไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาลพบเพียงสารอนุมูลกัญชาเล็กน้อย ไม่ได้เกิดจากการเสพ แต่มาจากน้ำมันกัญชาที่ใช้รักษาอาการป่วย หลังเกิดเหตุเข้าร้องเรียนสถาน ทูตฝรั่งเศสนั้น ว่า เมื่อวันที่ 28 ต.ต.62 เวลาประมาณ 20.00 น. สน.ทองหล่อ ได้รับการร้องเรียนจากคอนโดริสมอนต์ พลาเลส ซ.สุขุมวิท 43 ว่าที่ห้องเลขที่ 26/80 มักมีชางต่างชาติมั่วสุมยาเสพติดและสันนิษฐานว่าอาจมีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติด จึงได้ทำการตรวจสอบ ซึ่งจากการตรวจสอบพบ ผู้ต้องสงสัย ชาวฝรั่งเศส จึงเรียกทำการตรวจสอบ โดยจากการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมายอย่างใด จากนั้นได้สอบถามถึงหนังสือเดินทาง ปรากฎว่าไม่สามารถแสดงหนังสือเดินทางตัวจริงได้ จึงได้เชิญตัวมายัง สน.ทองหล่อ เพื่อขอทดสอบปัสสาวะหาสารเสพติด ซึ่งจากการทดสอบปัสสาวะในเบื้องต้น พบสารเสพติดและเภทกัญชา ในปัสสาวะของ ผู้ต้องสงสัย ชาวฝรั่งเศส
โดยผู้ต้องสงสัย ชาวฝรั่งเศส ให้การว่าตนเป็นผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาจากสวัสดีคลีนิค ซึ่งเป็นคลินิคเฉพาะทางที่ได้รักษาผู้ป่วยโดยใช้น้ำมันกัญชาในการรักษา และ ได้ติดต่อให้มารดาของตน นำเอาตัวอย่างน้ำมันกัญชา และเอกสารเป็นใบเสร็จซึ่งแสดงว่าได้ซื้อน้ำมันกัญชามาอย่างถูกต้องจากคลีนิค มาเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง พร้อมทั้งมารดาของ ผู้ต้องสงสัย ชาวฝรั่งเศส ได้นำหนังสือเดินทาง มาแสดงต่อจนท.ตร.ด้วย ในระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พา ผู้ต้องสงสัย ชาวฝรั่งเศส ไปยัง รพ.เทพธารินทร์ เพื่อตรวจยืนยันผลว่ามีสารเสพติดในปัสสาวะ หรือไม่ และจะมีจำนวนสารสอดคล้องกับการใช้น้ำมันกัญชา หรือ ได้มีการรับเข้าร่างกายโดยทางอื่นๆ ซึ่งผิดกฎหมายหรือไม่ ซึ่งผลตรวจของ รพ.เทพธารินทร์ ยืนยันว่ามีสารเสพติดประเภทกัญชา ในปัสสาวะ และไม่สามารถยืนยันถึงวิธีการรับเข้าสู่ร่างกายได้
จากการที่ ผู้ต้องสงสัย ชาวฝรั่งเศส มีเอกสารของคลีนิคสวัสดี ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้น เป็นคลีนิคมีชื่อเสียงในการรักษาเฉพาะทาง จึงสันนิษฐานว่าจะเป็นคลินิคในอาจได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง และจากผลตรวจสารเสพติดของ รพ.เทพธารินทร์ ที่ไม่สามารถยืนยันได้ถึงวิธีการรับสารเสพติดเข้าสู่ร่างกายได้ จึงสันนิษฐานว่าสารเสพติดประเภทกัญชาที่ตรวจพบ ของผู้ต้องสงสัย ชาวฝรั่งเศส รับเข้าสู่ร่างกายโดยการใช้น้ำมันกัญชาที่ได้รับอนุญาตให้ใช้อย่างถูกต้อง จึงทำการปล่อยตัว ต่อมา ได้มีนายปรัชญ์ จิตต์รุ่งเรืองชัย ได้ร้องเรียนว่า ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ รับเงินจำนวน 250,000 บาท แลกกับการปล่อยตัว โดย ผู้ต้องสงสัย ชาวฝรั่งเศส เล่าให้ฟังขณะถูกควบคุมตัวเพื่อรอผลตรวจปัสสาวะที่ สน.ทองหล่อ นั้น มีเพื่อนคนไทยอ้างตัวว่าสามารถพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ปล่อยตัวได้ โดยต้องจ่ายเงินเป็นจำนวน 8,200 ดอลล่าร์ ผู้ต้องสงสัย ชาวฝรั่งเศส จึงทำการโอนเงินจำนวนดังกล่าวไปยังบัญชีธนาคารของภรรยาของเพื่อนคนไทยคนดังกล่าว ภายหลังจึงได้รับการปล่อยตัว หลัง ได้รับเรื่องร้องเรียนในเรื่องที่เกิดขึ้น พล.ต.ต.สามารถ ศรีสิริวิบูลย์ชัย ผบก.น.5 ได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องที่เกิดขึ้น เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและมีผู้ใดมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าว โดยให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง รีบรายงานผล ภายใน 7 วัน
พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่าการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ ภายใต้กรอบกฎหมาย ซึ่งหน่วยงานต้นสังกัด คงต้องทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องที่เกิดขึ้น โดยหากพบ ว่ามีข้อบกพร่อง ไม่ว่าจะเป็น การใช้อำนาจหน้าที่ไม่เหมาะสม ข่มขู่ รีดไถ หรือ เรียกรับหรือยอมที่จะรับ ผลประโยชน์อื่นใด ก็จะมีบทลงโทษทั้งทางวินัยและอาญากับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งคงต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ผิดก็ว่าไปตามผิดไม่มีการให้ความช่วยเหลืออยู่แล้วที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการลงโทษกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในลักษณะนี้มาโดยตลอด ทั้ง ไล่ออก ปลดออก ให้ออก ทุกพื้นที่ทั่วประเทศมาโดยตลอด ไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เสื่อมเสียชื่อเสียงขององค์กรและเสียกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดี พร้อมกันนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้เน้นย้ำให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง และข้อบังคับที่กำหนด อย่างเคร่งครัด ส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจคนอื่นที่ยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง หรือปฏิบัติงานไม่สนองนโยบายของผู้บังคับบัญชา ก็จะไม่เข้าข้างอยู่แล้ว และหากผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่ามีความผิดก็จะดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญาอย่างเด็ดขาด อีกทั้งมีข้อสั่งการไปยังกองบัญชาการทุกภาคส่วน ผู้บังคับการ ผู้กำกับ หน.หน้าหน่วยในทุกต้นสังกัดทุกพื้นที่ ให้มีการควบคุม ดูแลความประพฤติและวินัยข้าราชการตำรวจ ทั้งเวลาราชการและนอกเวลาราชการ ตามคำสั่งที่ 1212/2537 ในการ กวดขัน กำกับ ดูแล สอดส่องความประพฤติและพฤติกรรมของข้าราชการตำรวจภายใต้การปกครองบังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด หากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความพฤตินอกรีต ไปเรียกรับเงินทอง เรียกรับผลประโยชน์อื่นใด หรือแม้กระทั่งใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ โดยให้ดำเนินการตรวจสอบกระทำด้วยความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งหากผลการตรวจสอบพบว่าได้กระทำผิดจริงให้ดำเนินทางวินัยและอาญา อย่างเด็ดขาด