'พัชรินทร์' พร้อมเลขาฯ เข้าให้ปากคำ เหตุต้องสงสัยเป็นนอมินี 'ตู้ห่าว'
วันที่ 6 ธ.ค.65 ผู้ต้องสงสัยเป็นนอมินีนายตู้ห่าว 2 คน เข้าพบพนักงานสอบสวน ตามหมายเรียก หลังมีชื่อเป็นกรรมการในบริษัทแห่งหนึ่งของตู้ห่าว ขณะเดียวกันตำรวจเตรียมค้นมูลนิธิ 10 แห่งทั่วประเทศ เหตุรับรองการขอวีซ่า นักเรียน นักศึกษาให้ชาวจีน ส่วนประเด็นจีนกว้านซื้อบ้านหรู 50 หลัง ในซอยลาซาล มี 4 หลัง ตามหมายค้น ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายธุรกิจสีเทาของนายตู้ห่าว ส่วนที่เหลือได้ส่งข้อมูลกรมที่ดิน -กระทรวงพาณิชย์ ตรวจสอบความถูกต้องในการครอบครองกรรมสิทธิ์ โดยมี พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมสอบสวน นางสาวพัชรินทร์และนางสาวหลิน หลังทั้งคู่เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนพร้อมทนายความ ตามหมายเรียกที่สโมสรตำรวจ โดยทั้งคู่มีชื่อเป็นกรรมการในบริษัทแห่งหนึ่งซึ่งมีนายตู้ห่าวเป็นประธานกรรมการ
พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ เปิดเผยภายหลังเข้าสอบสวนเบื้องต้นว่า ตำรวจออกหมายเรียกกลุ่มผู้ต้องสงสัยเป็นนอมินีของนายตู้ห่าว 4 คน ซึ่ง 2 คนนี้ ตำรวจติดตามพบตัวที่สปาแห่งหนึ่งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา จึงได้นัดหมายให้เข้ามาพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ข้อมูล ประเด็นการสอบสวนก็เป็นรายละเอียดธุรกรรมการเงินที่พบความเชื่อมโยงกับนายตู้ห่าว ส่วนอดีตตำรวจนายหนึ่งและนางสุชาดา ได้นัดหมายเข้าให้ปากคำ ในวันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคมนี้ ประเด็นสอบสวนใกล้เคียงกัน
นอกจากนี้ได้เรียกหัวหน้าสถานีตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 27 แห่ง ที่พบข้อมูลการออกวีซ่าประเภทนักเรียนให้กับกลุ่มชาวจีนเข้ามาให้ข้อมูลด้วย โดยจะสอบถามข้อมูลย้อนหลัง ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา เพื่อตรวจสอบก่อนพิจารณา ว่า มีความต้องสงสัยหรือเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือกลุ่มชาวจีน ให้มีวีซ่าประเภทนักเรียน นักศึกษา ด้วยหรือไม่ เนื่องจากมีการตรวจสอบ พบว่า กลุ่มชาวจีนบางส่วนไม่มีการเดินทางเข้าออกประเทศและมีเอเย่นต์รับต่อวีซ่าให้ รวมถึงมีการเรียกรับผลประโยชน์กรณีออกและใช้วีซ่าผิดประเภท โดยการตรวจสอบจะมีชุดทำงานเข้าตรวจค้นมูลนิธิ ที่พบหลักฐาน ว่าอาจจะเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ด้วยประมาณ 10 แห่งทั่วประเทศ
ขณะเดียวกันรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึง ประเด็นชาวต่างชาติซึ่งพบส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ซื้อบ้านหรู ในโครงการหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในซอยลาซาล ประมาณ 50 หลัง ด้วยว่า เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ตำรวจนำหมายค้นเข้าตรวจค้น บ้านหรูต้องสงสัยเป็นเครือข่าย ทางธุรกิจของนายตู้ห่าวจำนวน 4 หลัง ซึ่งได้อายัดไว้ตรวจสอบทั้งหมดแล้ว แต่ในขณะเข้าตรวจข้อมูลกรรมสิทธิ์กับทางโครงการพบว่า ยังมีกลุ่มชาวต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนจีน ครอบครองบ้านในโครงการอีกหลายหลัง ประมาณ 50 หลังด้วยกัน แต่ยังไม่พบความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับกลุ่มเครือข่ายทางธุรกิจสีเทาของนายตู้ห่าว ซึ่งข้อมูลการซื้อ และการครอบครองดังกล่าว ตำรวจได้ส่งข้อมูล ให้กับทางกรมที่ดิน ติดตามตรวจสอบการซื้อ การครอบครองแล้ว
ต่อมาเวลา 12.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. เดินทางมาร่วมสอบสวนด้วย เปิดเผยว่า วันนี้ตำรวจได้เชิญนางพัชรินทร์ และน.ส.หลิน ซึ่งทั้งสองมีรายชื่อ เป็นกรรมการบริษัท ซึ่งมีนายตู้ห่าวเป็นประธานกรรมการ ซึ่งจะมีการสอบในฐานะพยาน ธุรกรรมการเงิน เส้นทางการเงิน การเบิกจ่ายเงิน เนื่องจากทั้งสองมีการรับจ่ายเงินเข้าออกของบริษัท โดยมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้น 3-4 บริษัท และทั้ง 2 เป็นเพื่อนกัน เพราะเชื่อว่ายังมีเงินสดตู้ห่าวอีกจำนวนมาก ที่ผ่านมาทั้งสองคนให้การเป็นประโยชน์ไปแล้วก่อนหน้านี้และรวมถึงประเด็นความสัมพันธ์กับนายตู้ห่าว ขณะนี้ยังไม่พบความผิดปกติ แต่หลังจากนี้ตำรวจจะตรวจสอบอย่างละเอียดหากพบความผิดจะดำเนินการโดยไม่ละเว้น และเร่งรัดตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมด เพื่อดำเนินการยึดทรัพย์ทั้งหมด
รองผบ.ตร.กล่าวว่า ส่วนอดีตตำรวจระดับสารวัตรและนางสุชาดาจะเข้าให้ปากคำในวันพฤหัสบดีที่ 8 ธ.ค.นี้ ในประเด็นอำนาจหน้าที่ เส้นทางการเงิน ในฐานะที่มีรายชื่อกรรมการบริษัทของตู้ห่าง นอกจากนี้ยังได้เชิญตำรวจตรวจคนเข้าเมือง หัวหน้าสถานีกว่า 20 สถานีมาให้ปากคำ ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2563 เกี่ยวกับกลุ่มคนจีนสีเทา เรื่องผับจิ้นหลิน ผับท็อปวัน คลับวัน และคนจีนที่เป็นนอมินีทั้งหมด รวมถึงที่มาขอวีซ่าคนจีนสีเทา หลังตรวจพบว่า ไม่มีการเดินทางเข้าออกประเทศ มีเอเย่นต์รับต่อวีซ่า มีการเรียกรับผลประโยชน์ และใช้วีซ่าผิดประเภท อ้างว่าเป็นนักศึกษา โดยหลังจากนี้จะเข้าค้นมูลนิธิที่รู้เห็นในการกระทำผิด หากพบมีความผิดจะทำเรื่องส่งไปให้กระทรวงมหาดไทยสั่งปิดทันที